www.book-garden.com
http://pimparakorn.multiply.com


 

 

        Book Garden  
       
บทสัมภาษณ์ คุณพิมภรากร นิยมานนท์ (โอเปิล



นิตยสารบรรณารักษ์ ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๑





วันที่พบ Book Garden คือวันที่ google แสดงผลคำค้น " สร้างห้องสมุด " ออก
มา
39,000 รายการ รายการที่สะดุดและคลิ๊กทันทีอยู่อันดับ 6 ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องสร้าง
ห้องสมุด แต่เกี่ยวกับละครซิทคอม
เรื่องใหม่ของช่องเจ็ดสี   " ห้องสมุดสุดหรรษา" แทน
(เป็นซะอย่างนั้น)


ด้วยความประหลาดใจว่า จะมีละครเกี่ยวกับห้องสมุดด้วยหรือนี่ เลยค้นต่อไปเรื่อยๆ ก็ได้พบ
ความประหลาดใจยิ่งกว่า เกี่ยวกับเรื่องราวที่มาของละครเรื่องนี้


ละครเรื่องนี้สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงของชีวิต พิมภรากร นิยมานนท์ หรือ โอเปิล  ผู้ก่อตั้งห้องสมุด Book Garden
ห้องสมุดที่เกิดขึ้นในวันที่ร้านหนังสือของเธอถูกสำนักพิมพ์มาเก็บหนังสือกลับไปจนแทบจะเกลี้ยงร้าน

"เพราะเราไม่เคยเป็นนักธุรกิจมาก่อน ไม่เคยทำธุรกิจหนังสือ ก็คิดแต่ว่าเป็นเรื่องง่ายๆ เหมือนซื้อมาขายไป แต่ความจริงแตก
ต่างจากความฝันมาก พอมาเปิดร้านหนังสือได้เพียงเดือนเดียว มันก็เลยพบปัญหา 
"

เธอแก้ปัญหาโดยการหยิบกระดาษ
A4 ขึ้นมาแผ่นหนึ่ง เขียนข้อความลงไปว่า " "ห้องสมุดประชาชน จัดตั้งเพือประชาชน
เปิดบริการฟรีสำหรับทุกคน" 
แล้วนำไปติดไว้ที่หน้าร้าน
ผลปรากฎว่า ..

"ลูกค้าเดินเข้าร้านมาถามว่า ไหนห้องสมุด ไม่เห็นมีอะไรเลย ไหนดัชนีหนังสือ ไหนบรรณารักษ์ นี่มันร้านหนังสือกับร้านกาแฟนี่"
ฉันยิ้มกินหมากหนึ่งคำไม่ตอบอะไรส่ายหัว 555 ฉันยืนยันว่าที่นี่เป็นห้องสมุด ฉันหยิบกระดาษขึ้นมาอีกหนึ่งแผ่นเขียนว่า
"รับบริจาคหนังสือ" หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ชั้นหนังสือที่เคยว่างเปล่า กลับมามีหนังสือวางอยู่เต็มจากทั่วสารทิศ
"

 
( บางตอนจากเรื่อง " ในโลกนี้ไม่มีเรื่องใดยาก เพียงแค่หัวใจอยากจะทำ" - โอเปิ)


"ตอนนั้นคิดว่าร้านหนังสือไม่มีหนังสือเราจะทำอย่างไร เราจะทำยังไงให้หนังสือกลับมาเต็มชั้นเหมือนเดิม เราก็คงต้องขอรับ
บริจาค แต่เมื่อเรายื่นมือไปขอความช่วยเหลือใคร เราก็ต้องให้เค้าด้วย พอเค้าเอาหนังสือมาบริจาคเราก็ให้เค้าเป็นสมาชิก
ให้ยืมหนังสือได้ด้วย ไม่เสียค่าสมาชิกแต่ถ้าใครไม่ได้นำหนังสือมาบริจาคก็เสียค่าสมาชิกปีละ
365 บาทต่อปี เลยเปลี่ยน
มุมมองในร้านใหม่ จากที่คิดว่าจะขายอะไร ได้กำไรเท่าไหร่  เปลี่ยนเป็นว่า เราลองทำสิ่งที่เราฝันไว้ คืองานเพื่อสังคม ไหนๆ
ร้านก็ใกล้จะเจ๊งอยู่แล้ว ลองเปลี่ยนไปทำเพื่อสังคม ทำห้องสมุดชุมชนดีกว่า
"


นั่นคงเป็นจุดเริ่มต้นของห้องสมุดเล็กๆ Book Garden ในซอยเสนาฯ ที่ปัจจุบันปรับเปลี่ยนบริเวณขั้นบนของร้านเป็นห้องสมุด
เล็กๆ ส่วนชั้นล่างยังคงมีหนังสือขาย แล้วก็มีโปสการ์ด อาหาร กาแฟ และ เครื่องดื่มบริการผู้ใช้ห้องสมุดด้วยเหตุผลที่ว่า


"ทำอย่างไรให้ความฝันกับความจริงอยู่ด้วยกันได้ คือทุกวันนี้คนเราก็ต้องใช้เงิน กิน อยู่ เราต้องหาทางทำให้ธุรกิจของเรากับ
งานเพื่อสังคมไปด้วยกันได้ด้วย
"


"คือ ไม่ได้มีความฝันว่าจะทำห้องสมุดมาก่อน แต่มีความฝันว่าอยากทำงานเพื่อสังคม แล้วจะทำอย่างไรให้ความฝันกับความ
จริงอยู่ด้วยกันได้ เพราะเราก็ต้องใช้เงิน
ต้องมีปัจจัยสี่ใช่มั้ยค่ะ คิดว่าเดิมเป็นร้านหนังสือ ที่ไปด้วยกันได้ก็น่าจะเป็นห้องสมุด "





"คิดว่ายังไปได้ ถึงจะช้า แต่ก็เป็นอะไรที่ยั่งยืนค่ะ ไปต่อได้ค่ะ
อาจจะใช้เวลานานหน่อยในช่วงแรกๆ เพราะหนังสือที่นำมาบริจาคส่วนมาก
เป็นพ๊อคเก็ตบุ๊คน้อย แม็กกาซีนเยอะ ถ้ามาแบบสภาพบวมมากเราก็นำ
ไปช่างกิโลขายนำเงินมาซื้อหนังสือใหม่เข้าห้องสมุด
" 

"มีสมาชิกเกือบห้าร้อยคนแล้วค่ะ ครึ่งๆเลยค่ะที่เป็นสมาชิกแบบไม่เสียค่า
สมาชิกยิ่งช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เราไม่ได้เก็บค่าสมาชิกเลย เพราะ
อยากสนับสนุนให้คนนำหนังสือมาบริจาคมากกว่า เพราะค่าสมาชิกนำไป
ซื้อหนังสือได้น้อยกว่าที่คนนำมาบริจาค เมื่อสมาชิกมากขึ้น เราก็มีหนังสือ
มากขึ้น และจะทำให้สมาชิกคนอื่นได้มีหนังสืออ่านมากขึ้นตามไป
ด้วยเรา
อยากเน้นว่า การที่เราจะได้อะไรเราต้องให้ก่อน เรียนรู้ที่จะให้ เด็กบาง
คนอยากเป็นสมาชิก จะจ่ายเงินเลยไม่ได้เหรอค่ะ เราบอกว่ากลับบ้านไปเอา
หนังสือมาบริจาคดีกว่า
"




"ทุกวันนี้ให้ยืมได้คนละ 5 เล่ม 7 วัน ก็มีคนมายืมอย่างต่ำวันละ 50 -100 เล่ม สมาชิกก็เป็นคนในชุมชนแถวนี้ครึ่งๆ ตั้งแต่รัชดา
ไกลสุดเชียงใหม่ แต่เค้ามาสมัครเพื่อสนับสนุน ไม่เคยยืม ที่มาทุกสัปดาห์คือ สมาชิกปทุมธานี
"

"คิดว่าตอนนี้เรื่องของ "กล่อง" คงประสบความสำเร็จ ไม่แน่ใจว่าจะวัดจากอะไรนะค่ะ แต่นับจากวันที่เปิดจนถึงวันนี้แตกต่างกว่า
เดิมมาก เรามีหนังสือเยอะขึ้น หลากหลายมากขึ้น จัดหมวดหมู่เป็นระเบียบมากขึ้น มีอาสาสมัครชุมชนมาช่วยจัดชั้นหนังสือ
เพราะต้องจัดชั้นทุกวัน เราไม่มีเงินจ้าง แต่ให้อาสาสมัครเป็นค่าสมาชิกฟรี และ อาหาร ตัวเองต้องชงกาแฟกับทำงานในครัวขาย
อาหารค่ะ
"

"จำนวนหนังสือในส่วนที่เป็นห้องสมุดมีประมาณ 3000 เล่ม เป็น
หนังสือของเรา
3 ชั้น หนังสือ 80% เป็นหนังสือบริจาค และ
เป็นหนังสือใหม่ซื้อเข้าร้านอีก
10% ที่เป็นทุนของตัวเอง "


"ถ้าเป็นหนังสือเรียนของเด็กๆที่ได้รับบริจาคมา เราก็นำไปบริจาค
ต่อที่ค่ายอาสาที่เค้าไปสร้างห้องสมุดโรงเรียนในชนบทต่อ เพราะ
คิดว่าน่าจะได้ประโยชน์มากกว่าค่ะ
"

"ตอนนี้มีโครงการจะเข้าร่วมกับเครือข่าย v4n ( volunteer for
 nature)
อยากทำให้ห้องสมุดนี้เป็นเหมือนศูนย์กลางการทำงานอาสา
โดยเราจะนำคนที่รักการอ่าน ชอบหนังสือมาร่วมตัวกันแล้ว แล้วชวน
กันไปทำกิจกรรมเพื่อสังคม
บางกลุ่มไปปลูกป้า ไปสร้างบ้านดิน
บางกลุ่มไปอ่านหนังสือให้คนตาบอด บางกลุ่มไปทำความสะอาดบ้าน
สุนัขจรจัดโดยเราจะติดตามงานอาสาต่างๆจากเว็บไซต์ จิตอาสา ค่ะ
" 

ในขณะที่เขียนเรื่องนี้ .. น่าเสียดายว่า ห้องสมุด
Book Garden ที่
เห็นในภาพทั้งหมด จะเปิดถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนจะปิดกิจการ
ลงชั่วคราว เนื่องจากค่าเช่าร้านที่ขยับสูงขึ้น
70% ที่ใหม่คุณโอเปิล
บอกว่าจะย้ายไปอยู่ เป็นบ้านเพื่อนใจดี ที่ยกบ้านให้ทำร้านและห้อง
สมุดต่อไป จะอยู่บริเวณใกล้กับศูนย์การค้า เอสพลานาส รัชดา 

ก่อนจบการพูดคุยกันวันนั้น คุณโอเปิลปิดท้ายด้วยแนวคิดการทำห้องสมุดและธุรกิจควบคู่ไปด้วยอย่างน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

"เราควรจะมีห้องสมุดที่กระจายไปตามจุดต่างๆ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมาจากรัฐบาลเสมอไป อย่างหนูก็ทำกิจการไป ข้างบนก็
เปิดเป็นห้องสมุด ข้างล่างอาจจะขายอะไรก็ได้ แล้วแต่เจ้าของจะชอบ เช่น ถ้าทำสปา ข้างบนเป็นห้องสมุดสุขภาพความงามไป
หรือ ที่บ้านเป็นบริษัทตกแต่ง ข้างบนเป็นห้องสมุดเกี่ยวกับการออกแบบก็ได้นะคะ
"




บทสรุป : ในอนาคตเราน่าจะได้เห็นสังคมไทยมี "ห้องสมุดเล็กๆกระจายไปตามจุดต่างๆ" มากยิ่งขึ้น และ เรื่องราวของ
พิมภรากร นิยมานนท์
กับห้องสมุด
Book Garden น่าจะเป็นเรื่องที่จุดประกายให้อีกหลายคนหันมาสนใจทำธุรกิจและห้องสมุด
ควบคู่ไปด้วย
คิดว่าเรื่องนี่คงเป็นอีกตัวอย่างที่ดีของ การทำสิ่งเล็กๆบนหนทางที่ยิ่งใหญ่
ให้กับสังคมไทย



ปล.
ภาพ "บรรณารักษ์ " ของคุณเปิลคือใคร ?

"คิดถึงผู้หญิงสูงอายุ ใส่แว่น เจ้าระเบียบ ดุ เป็นคนที่สะอาดมากๆ ซึ่งจริงๆ ตอนนี้คงเปลี่ยนไปเยอะแล้วแต่ที่นึกเป็นภาพความ
ทรงจำในวัยเด็กมากกว่าค่ะ
"
"อาชีพบรรณารักษ์ น่ารักดี แต่หนูไม่แน่ใจว่ามีคนเข้าใจคนอาชีพนี้เท่าไหร่ อยากให้ภาพบรรณารักษ์เป็น บรรณาน่ารัก แล้วก็
จริงๆรู้สึกว่าอาชีพนี้เป็นความจำเป็นกับห้องสมุด ทำอย่างไรให้คนอยากเรียนสาขานี้ และ เปลี่ยนภาพลักษณ์ให้เป็นบรรณารักษ์
ยุคใหม่
 "