ทราบว่าสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยรังสิตได้ตกลงรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยนจากประเทศศรีลังกาและอินเดีย
จำนวน 2 คน ระหว่างวันที่ 4-29 พฤษภาคม มีความเป็นมาอย่างไรค่ะ
จึงได้มีโอกาสรับเป็นเจ้าภาพ
( Host ) สำหรับโครงการนี้ค่ะ
สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและเครือข่ายห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา
เอกชน
(อพส.) ได้รับแจ้งจาก รศ.ดร. น้ำทิพย์ วิภาวิน
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ว่าต้องการให้ช่วยประชาสัมพันธ์
ข่าวโครงการรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยนใน โครงการ ALP training attachment
programme เพื่อหาห้องสมุดที่มีความ
สนใจและพร้อมเข้าร่วม
ซึ่งก็ได้เผยแพร่ข่าวนี้ไปให้ห้องสมุดในเครือข่ายทุกแห่งได้รับทราบ
อย่างไรก็ดี ทางสำนักหอสมุด
มหาวิทยาลัยรังสิตเอง
ก็ได้ตอบรับว่ามีความสนใจเป็นห้องสมุดเจ้าภาพในโครงการดังกล่าวด้วย
หลังจากนั้น รศ.ดร. น้ำทิพย์ ได้แนะนำให้รู้จักกับผู้ประสานงานโครงการ ALP training attachment programme คือ
Ms. Keat Fong และ Ms. Petrina Eng จากหอสมุดแห่งชาติสิงคโปร์
และประมาณปลายเดือนเมษายนก็ได้รับแจ้งจาก
สิงคโปร์ว่า สำนักหอสมุด
มหาวิทยาลัยรังสิตจะได้มีโอกาสต้อนรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยนจากประเทศศรีลังกาและอินเดีย
จำนวน 2 คน เป็นเวลา 1 เดือน ระหว่างวันที่ 4-29 พฤษภาคม
ซึ่งค่อนข้างกะทันหันมากทีเดียวในการเตรียมการ แต่เราก็
เห็นว่า
เดือนพฤษภาคมเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดเพราะยังอยู่ในระหว่างปิดเทอม
เราจะมีเวลาสำหรับโครงการนี้อย่างเต็มที่
จึงได้ตอบตกลงด้วยความยินดี

ในระหว่างนี้
เราได้รับความร่วมมือจากผู้ประสานงานโครงการฯ จากสิงคโปร์ในการให้
คำปรึกษาในการร่างโปรแกรม
เนื่องจากในเดือนเมษายน ดิฉันมีภารกิจเดินทางไปต่าง
ประเทศตลอดเดือนจึงได้มอบหมายให้
คุณพัชรา หาญเจริญกิจ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา
เป็นผู้ร่างโปรแกรมสำหรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยน
ซึ่งคุณพัชราได้จัดทำโปรแกรมอย่างดีมาก
ครอบคลุมการพบปะกับบุคคลต่างๆในวงการวิชาชีพ
ผู้บริหารมหาวิทยาลัยรังสิตการฝึกงานใน
แผนกต่างๆของสำนักหอสมุดการเยี่ยมชมห้องสมุดประเภทต่างๆ
และกิจกรรมท่องเที่ยวและ
วัฒนธรรม
นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานวิเทศสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย
ในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขอวีซ่า
อัตราค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล และการประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ
ได้ความอนุเคราะห์จาก สำนักงานหอพักของมหาวิทยาลัย
ในการจัดเตรียมห้องพักสำหรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยน
และจากคณะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการที่ช่วยจัดหา
นักศึกษาทำหน้าที่ไกด์ในโปรแกรมวัฒนธรรมด้วย ซึ่งสมควรเอ่ยถึงและขอขอบพระคุณมา
ณ โอกาสนี้
จากโอกาสที่ได้รับครั้งนี้ทราบว่าเป็นครั้งแรก
คงทำให้บุคลากรและบรรณารักษ์สำนักหอสมุดได้รับประสบการณ์และ
ความรู้ใหม่ๆ
มีเรื่องใดที่ประทับใจเป็นพิเศษที่อยากแบ่งปันให้กับห้องสมุดอื่นๆที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ในอนาคตได้ทราบ
บ้างค่ะ
ที่จริงแล้วการรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยนครั้งนี้
เป็นครั้งที่สองของสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยรังสิต โดยระหว่าง
กันยายน-ธันวาคม 2550 ได้รับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยนจากมหาวิทยาลัยดองอี
เมืองพูซาน ประเทศสาธารณรัฐเกาหลีใต้
ภายใต้โครงการตกลงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ในการแลกเปลี่ยนนักศึกษา
คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ซึ่งครั้งนั้น
ทำให้บรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์
และสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันซึ่งยังคง
มีอยู่จนปัจจุบัน เช่น การแลกเปลี่ยนหนังสือและสิ่งพิมพ์ระหว่างกัน
สำหรับโครงการ ALP training attachment programme ในครั้งนี้
แม้ว่าจะมีระยะเวลาสั้น แต่จากประสบการณ์
ครั้งแรกทำให้เราได้พยายามจัดตารางเวลา
ให้บรรณารักษ์แลกเปลี่ยนจากประเทศศรีลังกาและอินเดีย ได้มีโอกาสพบปะ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่เกือบทุกแผนกและทุกคน
ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ และสร้าง
ความมั่นใจกับบุคลากรในด้านทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ
และยังได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ สิ่งเหล่า
นี้ ก่อให้เกิดความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างกัน ดิฉันอยากย้ำว่า
ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ ไม่ได้สำคัญไปกว่าความต้อง
การที่จะสื่อสาร หากเรามีทัศนคติหรือความเข้าใจที่ดีต่อกัน อุปสรรคด้านทักาะการสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย
ค่ะ
ท่านคิดว่าบรรณารักษ์ทั้งสองท่านจากประเทศศรีลังกาและอินเดีย
มีความสนใจเรื่องใดมากที่สุดหรือต้องการ
ศึกษาปฎิบัติงาน ดูงาน ด้านใดมากเป็นพิเศษบ้างค่ะ ในช่วงระยะเวลา 4
สัปดาห์ที่เป็นบรรณารักษ์แลกเปลี่ยน

บรรณารักษ์ทั้งสองท่านมาจากห้องสมุดต่างประเภทและมีภาระหน้าที่แตกต่างกัน
จึงมีความสนใจที่แตกต่างกันบ้าง
Mr. G. Mahesh บรรณารักษ์จากอินเดีย
มาจากสถาบันการสื่อสารและสารสนเทศทางวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NISCAIR)
กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาเอกทางด้านบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์
มีความสนใจในการบริหารห้องสมุด
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การสร้างเครือข่ายห้องสมุด
และบริการเฉพาะด้านของห้องสมุด
Mr. Guruge Roshan Eshanthan Fernando
เป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดมหาวิทยาลัย Moratuwa แห่งศรีลังกา ไม่
ได้จบคุณวุฒิบรรณารักษศาสตร์โดยตรง แต่ปฏิบัติงานด้านการทำ Journal Current
Awareness จึงสนใจศึกษากระบวน
การปฏิบัติงานและบริการต่างๆ
ภายในห้องสมุด
อย่างไรก็ดี
ดูเหมือนจะมีอยู่เรื่องเดียวที่บรรณารักษ์ทั้งสองสนใจเหมือนกัน คือ
การไปดูงานห้องสมุดสถาบัน
เทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ซึ่งเมื่อเราทราบ ก็ได้รีบประสานงานไปยังห้องสมุด AIT
เพื่อขออนุญาตดูงาน
ท่านคิดว่าบรรณารักษ์จากสองประเทศทั้งสองท่านมีความชื่นชมหรือมองภาพบรรณารักษ์คนไทยและวงการห้อง
สมุดไทยอย่างไรบ้างค่ะ

บรรณารักษ์ทั้งสองท่าน
มีโอกาสได้เข้าพบนายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ และกรรมการสมาคมฯ
ซึ่งใช้
เวลาในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับวิชาชีพห้องสมุด และเรื่องอื่นๆ
เป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง บรรณารักษ์ทั้งสอง
ได้แสดงความชื่นชมและซาบซึ้งในความกรุณาของท่านเป็นอย่างมาก
ในการศึกษาดูงานห้องสมุดประเภทต่างๆ
ได้สะท้อนให้เห็นถึงการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย การจัดมุมหรือ Special
Collection ในการบริการที่สะท้อนความต้องการเฉพาะกลุ่ม
ตลอดจนแนวคิดการออกแบบอาคารและการจัดห้องสมุดแบบ
มีชีวิตชีวา นอกจากนี้ ยังประทับใจในความมีจิตใจให้บริการ
ความยิ้มแย้มแจ่มใสของผู้ปฏิบัติงานในห้องสมุด และยังตั้งข้อ
สังเกตว่า
ผู้ที่ปฏิบัติงานวิชาชีพบรรณารักษ์ของไทยส่วนใหญ่มักเป็นสุภาพสตรี
หากห้องสมุดอื่นๆต้องการเป็นเจ้าภาพรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยนบ้าง
จะเริ่มต้นโครงการ หรือต้องเตรียมตัวอย่าง
ไรบ้างค่ะ
ขอให้เริ่มต้นด้วยการแสดงความจำนงหรือตอบรับยินดีเป็นเจ้าภาพไปยังผู้ประสานงานโครงการนี้
ส่วนการเตรียม
ตัวนั้นดิฉันคิดว่า หากท่านเห็นว่า โครงการนี้เป็นประโยชน์
แสดงว่าห้องสมุดของท่านมีความพร้อมถึง 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว
การเตรียมตัวที่เหลือ
ก็คือการจัดโปรแกรมให้เหมาะสมกับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยน (เช่น
ประเภทของห้องสมุดที่เขาปฏิบัติงานอยู่ หรือวิชาการที่เขาสนใจ)
และได้ประโยชน์กับการปฏิบัติงานของบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดของท่าน
ตลอดจนจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมเพื่อให้เขาได้เข้าใจประวัติศาสตร์ไทยและความงดงามของวัฒนธรรมไทย
โปรแกรม
เหล่านี้
ทางผู้ประสานงานโครงการของ IFLA ช่วยให้คำปรึกษาบ้าง
แต่ส่วนใหญ่ก็เห็นชอบกับสิ่งที่เราเสนอทั้งหมด และยัง
สนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วย
สิ่งที่ท่านอยากฝากถึงบรรณารักษ์
และผู้อ่านนิตยสารบรรณารักษ์
การแลกเปลี่ยนบุคลากรนั้นเป็นกิจกรรมพัฒนาวิชาชีพแบบหนึ่งซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากแก่บุคลากรของห้อง
สมุดในประเทศไทย เราไม่นิยมหรือมีโอกาสที่จะดำเนินกิจกรรมแบบนี้ค่อนข้างยาก
แต่ในต่างประเทศนั้น การแลกเปลี่ยน
บรรณารักษ์ระยะสั้น นอกจากจะเป็นการพัฒนาบุคลากร
ยังนำมาซึ่งความร่วมมือระหว่างห้องสมุดและการเทียบสมรรถนะ
(Benchmarking) ในอนาคต
ดิฉันได้รับทราบจากผู้ประสานงานโครงการฯ ที่สิงคโปร์ว่า
ว่าบรรณารักษ์ทั้งสองท่านจากอินเดียและศรีลังกา
ได้รับความรู้ประสบการณ์และมุมมองการทำงานที่แตกต่าง
และมีความทรงจำที่ดีงามเกี่ยวกับคนไทยและประเทศไทย และ
โดยเฉพาะสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยรังสิตในฐานะห้องสมุดเจ้าภาพเป็นอย่างมาก
ก็รู้สึกดีใจมาก
ขณะเดียวกัน ในฐานะห้องสมุดเจ้าภาพที่มีโอกาสรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยน
ก็ได้มีโอกาสสร้างความมั่นใจในการ
แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์แก่ผู้อื่น
และยังได้แบ่งปันช่วยเหลือบุคคลซึ่งมาจากประเทศอื่นเมืองอื่น
มีวัฒนธรรมและ
การสื่อสารที่แตกต่าง แต่ท้ายที่สุด ก็สามารถแลกเปลี่ยนเข้าใจและ
เรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ จนกลายเป็นมิตรภาพและความ
พร้อมที่จะร่วมมือระหว่างกันทั้งในปัจจุบันและอนาคต โอกาสเหล่านี้
เป็นประสบการณ์ที่มีค่ายิ่งแก่บรรณารักษ์และ
เจ้าหน้าที่ของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยรังสิต