LIBRARIANMAGAZINE.COM

 
 นิตยสารบรรณารักษ์ ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๒

 

 

 
บทสัมภาษณ์
ดร.
มลิวัลย์ ประดิษฐ์ธีระ
ผู้อำนวยการสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยรังสิต
เรื่อง การรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยนในโครงการ ALP training attachment programme

 


          ทราบว่าสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยรังสิตได้ตกลงรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยนจากประเทศศรีลังกาและอินเดีย จำนวน 2 คน ระหว่างวันที่ 4-29 พฤษภาคม มีความเป็นมาอย่างไรค่ะ จึงได้มีโอกาสรับเป็นเจ้าภาพ
( Host ) สำหรับโครงการนี้ค่ะ

               
              

         
สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบและเครือข่ายห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา
เอกชน (อพส.) ได้รับแจ้งจาก รศ.ดร. น้ำทิพย์ วิภาวิน มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ว่าต้องการให้ช่วยประชาสัมพันธ์
ข่าวโครงการรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยนใน โครงการ ALP training attachment programme เพื่อหาห้องสมุดที่มีความ
สนใจและพร้อมเข้าร่วม ซึ่งก็ได้เผยแพร่ข่าวนี้ไปให้ห้องสมุดในเครือข่ายทุกแห่งได้รับทราบ อย่างไรก็ดี ทางสำนักหอสมุด
 มหาวิทยาลัยรังสิตเอง ก็ได้ตอบรับว่ามีความสนใจเป็นห้องสมุดเจ้าภาพในโครงการดังกล่าวด้วย
           หลังจากนั้น รศ.ดร. น้ำทิพย์ ได้แนะนำให้รู้จักกับผู้ประสานงานโครงการ ALP training attachment programme คือ Ms. Keat Fong และ Ms. Petrina Eng จากหอสมุดแห่งชาติสิงคโปร์ และประมาณปลายเดือนเมษายนก็ได้รับแจ้งจาก
สิงคโปร์ว่า สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยรังสิตจะได้มีโอกาสต้อนรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยนจากประเทศศรีลังกาและอินเดีย
จำนวน 2 คน เป็นเวลา 1 เดือน ระหว่างวันที่ 4-29 พฤษภาคม ซึ่งค่อนข้างกะทันหันมากทีเดียวในการเตรียมการ แต่เราก็
เห็นว่า เดือนพฤษภาคมเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดเพราะยังอยู่ในระหว่างปิดเทอม เราจะมีเวลาสำหรับโครงการนี้อย่างเต็มที่
จึงได้ตอบตกลงด้วยความยินดี


              ใ
นระหว่างนี้ เราได้รับความร่วมมือจากผู้ประสานงานโครงการฯ จากสิงคโปร์ในการให้
   คำปรึกษาในการร่าโปรแกรม เนื่องจากในเดือนเมษายน  ดิฉันมีภารกิจเดินทางไปต่าง
   ประเทศตลอดเดือนจึงได้มอบหมายให้ คุณพัชรา หาญเจริญกิจ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา
   เป็นผู้ร่างโปรแกรมสำหรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยน ซึ่งคุณพัชราได้จัดทำโปรแกรมอย่างดีมาก
   ครอบคลุมการพบปะกับบุคคลต่างๆในวงการวิชาชีพ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยรังสิตการฝึกงานใน
   แผนกต่างๆของสำนักหอสมุดการเยี่ยมชมห้องสมุดประเภทต่างๆ และกิจกรรมท่องเที่ยวและ
   วัฒนธรรม


       
          นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานวิเทศสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย ในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขอวีซ่า
อัตราค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล และการประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ ได้ความอนุเคราะห์จาก สำนักงานหอพักของมหาวิทยาลัย
ในการจัดเตรียมห้องพักสำหรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยน และจากคณะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการที่ช่วยจัดหา
นักศึกษาทำหน้าที่ไกด์ในโปรแกรมวัฒนธรรมด้วย ซึ่งสมควรเอ่ยถึงและขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้

         จากโอกาสที่ได้รับครั้งนี้ทราบว่าเป็นครั้งแรก คงทำให้บุคลากรและบรรณารักษ์สำนักหอสมุดได้รับประสบการณ์และ
ความรู้ใหม่ๆ มีเรื่องใดที่ประทับใจเป็นพิเศษที่อยากแบ่งปันให้กับห้องสมุดอื่นๆที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้ในอนาคตได้ทราบ
บ้างค่ะ                  

         
ที่จริงแล้วการรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยนครั้งนี้ เป็นครั้งที่สองของสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยรังสิต โดยระหว่าง
กันยายน-ธันวาคม 2550 ได้รับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยนจากมหาวิทยาลัยดองอี เมืองพูซาน ประเทศสาธารณรัฐเกาหลีใต้
ภายใต้โครงการตกลงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ในการแลกเปลี่ยนนักศึกษา คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ซึ่งครั้งนั้น
ทำให้บรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันซึ่งยังคง
มีอยู่จนปัจจุบัน เช่น การแลกเปลี่ยนหนังสือและสิ่งพิมพ์ระหว่างกัน
          สำหรับโครงการ ALP training attachment programme ในครั้งนี้ แม้ว่าจะมีระยะเวลาสั้น แต่จากประสบการณ์
ครั้งแรกทำให้เราได้พยายามจัดตารางเวลา ให้บรรณารักษ์แลกเปลี่ยนจากประเทศศรีลังกาและอินเดีย ได้มีโอกาสพบปะ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่เกือบทุกแผนกและทุกคน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ และสร้าง
ความมั่นใจกับบุคลากรในด้านทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ และยังได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ สิ่งเหล่า
นี้ ก่อให้เกิดความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างกัน ดิฉันอยากย้ำว่า ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ ไม่ได้สำคัญไปกว่าความต้อง
การที่จะสื่อสาร หากเรามีทัศนคติหรือความเข้าใจที่ดีต่อกัน อุปสรรคด้านทักาะการสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย
ค่ะ

          ท่านคิดว่าบรรณารักษ์ทั้งสองท่านจากประเทศศรีลังกาและอินเดีย มีความสนใจเรื่องใดมากที่สุดหรือต้องการ
ศึกษาปฎิบัติงาน ดูงาน ด้านใดมากเป็นพิเศษบ้างค่ะ ในช่วงระยะเวลา 4 สัปดาห์ที่เป็นบรรณารักษ์แลกเปลี่ยน


           

         
บรรณารักษ์ทั้งสองท่านมาจากห้องสมุดต่างประเภทและมีภาระหน้าที่แตกต่างกัน จึงมีความสนใจที่แตกต่างกันบ้าง
Mr. G. Mahesh บรรณารักษ์จากอินเดีย มาจากสถาบันการสื่อสารและสารสนเทศทางวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NISCAIR)
กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาเอกทางด้านบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ มีความสนใจในการบริหารห้องสมุด
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การสร้างเครือข่ายห้องสมุด และบริการเฉพาะด้านของห้องสมุด
          Mr. Guruge Roshan Eshanthan Fernando เป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดมหาวิทยาลัย Moratuwa แห่งศรีลังกา ไม่
ได้จบคุณวุฒิบรรณารักษศาสตร์โดยตรง แต่ปฏิบัติงานด้านการทำ Journal Current Awareness จึงสนใจศึกษากระบวน
การปฏิบัติงานและบริการต่างๆ ภายในห้องสมุด
          อย่างไรก็ดี ดูเหมือนจะมีอยู่เรื่องเดียวที่บรรณารักษ์ทั้งสองสนใจเหมือนกัน คือ การไปดูงานห้องสมุดสถาบัน
เทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ซึ่งเมื่อเราทราบ ก็ได้รีบประสานงานไปยังห้องสมุด AIT เพื่อขออนุญาตดูงาน

          ท่านคิดว่าบรรณารักษ์จากสองประเทศทั้งสองท่านมีความชื่นชมหรือมองภาพบรรณารักษ์คนไทยและวงการห้อง
สมุดไทยอย่างไรบ้างค่ะ


               

         
บรรณารักษ์ทั้งสองท่าน มีโอกาสได้เข้าพบนายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ และกรรมการสมาคมฯ ซึ่งใช้
เวลาในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับวิชาชีพห้องสมุด และเรื่องอื่นๆ เป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง บรรณารักษ์ทั้งสอง
ได้แสดงความชื่นชมและซาบซึ้งในความกรุณาของท่านเป็นอย่างมาก
          ในการศึกษาดูงานห้องสมุดประเภทต่างๆ ได้สะท้อนให้เห็นถึงการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย การจัดมุมหรือ Special
Collection ในการบริการที่สะท้อนความต้องการเฉพาะกลุ่ม ตลอดจนแนวคิดการออกแบบอาคารและการจัดห้องสมุดแบบ
มีชีวิตชีวา นอกจากนี้ ยังประทับใจในความมีจิตใจให้บริการ ความยิ้มแย้มแจ่มใสของผู้ปฏิบัติงานในห้องสมุด และยังตั้งข้อ
สังเกตว่า ผู้ที่ปฏิบัติงานวิชาชีพบรรณารักษ์ของไทยส่วนใหญ่มักเป็นสุภาพสตรี

           หากห้องสมุดอื่นๆต้องการเป็นเจ้าภาพรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยนบ้าง จะเริ่มต้นโครงการ หรือต้องเตรียมตัวอย่าง
ไรบ้างค่ะ
 

           ขอให้เริ่มต้นด้วยการแสดงความจำนงหรือตอบรับยินดีเป็นเจ้าภาพไปยังผู้ประสานงานโครงการนี้ ส่วนการเตรียม
ตัวนั้นดิฉันคิดว่า หากท่านเห็นว่า โครงการนี้เป็นประโยชน์ แสดงว่าห้องสมุดของท่านมีความพร้อมถึง 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว
การ
เตรียมตัวที่เหลือ ก็คือการจัดโปรแกรมให้เหมาะสมกับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยน (เช่น ประเภทของห้องสมุดที่เขปฏิบัติงานอยู่ หรือวิชาการที่เขาสนใจ) และได้ประโยชน์กับการปฏิบัติงานของบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดของท่าน
ตลอดจนจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมเพื่อให้เขาได้เข้าใจประวัติศาสตร์ไทยและความงดงามของวัฒนธรรมไทย โปรแกรม
เหล่านี้ ทางผู้ประสานงานโครงการของ IFLA ช่วยให้คำปรึกษาบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็เห็นชอบกับสิ่งที่เราเสนอทั้งหมด และยัง
สนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วย

           สิ่งที่ท่านอยากฝากถึงบรรณารักษ์ และผู้อ่านนิตยสารบรรณารักษ์

           การแลกเปลี่ยนบุคลากรนั้นเป็นกิจกรรมพัฒนาวิชาชีพแบบหนึ่งซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากแก่บุคลากรของห้อง
สมุดในประเทศไทย เราไม่นิยมหรือมีโอกาสที่จะดำเนินกิจกรรมแบบนี้ค่อนข้างยาก แต่ในต่างประเทศนั้น การแลกเปลี่ยน
บรรณารักษ์ระยะสั้น นอกจากจะเป็นการพัฒนาบุคลากร ยังนำมาซึ่งความร่วมมือระหว่างห้องสมุดและการเทียบสมรรถนะ
(Benchmarking) ในอนาคต
           ดิฉันได้รับทราบจากผู้ประสานงานโครงการฯ ที่สิงคโปร์ว่า ว่าบรรณารักษ์ทั้งสองท่านจากอินเดียและศรีลังกา
ได้รับความรู้ประสบการณ์และมุมมองการทำงานที่แตกต่าง และมีความทรงจำที่ดีงามเกี่ยวกับคนไทยและประเทศไทย และ
โดยเฉพาะสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยรังสิตในฐานะห้องสมุดเจ้าภาพเป็นอย่างมาก ก็รู้สึกดีใจมาก
           ขณะเดียวกัน ในฐานะห้องสมุดเจ้าภาพที่มีโอกาสรับบรรณารักษ์แลกเปลี่ยน ก็ได้มีโอกาสสร้างความมั่นใจในการ
แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์แก่ผู้อื่น และยังได้แบ่งปันช่วยเหลือบุคคลซึ่งมาจากประเทศอื่นเมืองอื่น มีวัฒนธรรมและ
การสื่อสารที่แตกต่าง แต่ท้ายที่สุด ก็สามารถแลกเปลี่ยนเข้าใจและ เรียนรู้ซึ่งกันและกันได้ จนกลายเป็นมิตรภาพและความ
พร้อมที่จะร่วมมือระหว่างกันทั้งในปัจจุบันและอนาคต โอกาสเหล่านี้ เป็นประสบการณ์ที่มีค่ายิ่งแก่บรรณารักษ์และ
เจ้าหน้าที่ของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยรังสิต

 

LIBRARIANMAGAZINE.COM