|

The journey of next generation library in CONSAL
เรื่องและภาพโดย สมปอง มิสสิตะ
missitaa@gmail.com,missitaa@su.ac.th
หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ สำนักหอสมุดกลาง
มหาวิทยาลัยศิลปากร
__________________________________________________________________________________
ด้วยเหตุที่บทความเรื่อง
The journey of next generation library
ได้รับการพิจารณาให้ไป
นำเสนอในการประชุม CONSAL ครั้งที่ 14 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม
ระหว่างวันที่ 20-23
เมษายน พ.ศ.2552
โอกาสดังกล่าวทำให้ดิฉันในฐานะผู้แต่งร่วม
จึงใช้ชีวิตโลดแล่นในฮานอยอย่างพอสมควรกับเวลาและเหตุการณ์ที่นำ
พาไป
(อ่านเพิ่มเติมได้ที่
http://www.snc.lib.su.ac.th/snclibblog/
)
บทความนี้ขอเล่าเรื่องราวที่พบเห็น
กล่าวถึงงานบางตอนที่นำเสนอในบทความข้างต้น
บวกกับเรื่อง
ราวที่เป็นปัจจุบันของหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ ผ่านสายตาบรรณารักษ์และในทางกลับกันเรื่องราวที่เป็นไอที
แบบเพียวๆ ที่ผสมผสานกับเรื่องราวของห้องสมุด
ก็จะเชิญชวนให้อีกคนมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสต่อไป
ผู้เข้าร่วมสัมมนาที่เป็นคนไทยส่วนใหญ่เดินทางไปกันวันที่
20 เมษายน และเดินทางกลับประเทศ
ไทยในวันศุกร์ 24 เมษายน ก่อนมีข่าวเรื่องไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่
ที่ตอนแรกเรียกว่า ไข้หวัดหมู ซึ่งตอนนี้กลายเป็นชื่อ
เล่น
ส่วนชื่อจริงขณะที่เขียนต้นฉบับยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะยกให้เป็นมรดก
(ที่ไม่อยากได้) ของใครดี วันนั้นบางคนที่
เป็นไข้ร้อนๆ หนาวๆ ด้วยเหตุที่พักผ่อนไม่เพียงพอ
จึงผ่านด่านตรวจอย่างทะลุปรุโปร่ง
เวียดนามกับไทยไม่มีเส้นขีดเรื่องเวลาเพราะใช้เวลาเดียวกัน
แต่คงเป็นเรื่องเดียวกันกระมัง เพราะ
อื่นๆที่พบประสบมาเหมือนมีเส้นบางๆ
ขีดกั้นให้ได้แตกต่างไปซะทุกเรื่อง
อันนี้คิดตามประสบการณ์ที่สัมผัสได้ในห้าวัน
ตามตัวเลข หากเป็นสี่วันเมื่อนับตามจำนวนชั่วโมง
ฮานอย เป็นเมืองที่สวยงาม ทุกตึก
ทุกคูหาล้วนแล้วแต่มีความงดงามในตัวเอง
เมมโมรี่ในกล้องเท่าไร
ก็คงเก็บไม่หมด ปีหน้าก็จะฉลองครอบรอบหนึ่งพันปีในวันที่ 10
ตุลาคม แอบเสียดายนิดๆ ว่าน่าจะจัดตอนนั้นเพราะ
หลายอย่างคงเรียบร้อยกว่านี้
หนึ่งพันปีที่พวกเขาสามารถเก็บรักษามรดกทางด้านศิลปวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่าง
ความเป็นเวียดนาม จีนและฝรั่งเศสให้เป็นเสน่ห์ที่ลงตัว
และสืบสานมาได้จนถึงปัจจุบัน ทั้งที่ผ่านศึกสงครามมาอย่าง
โชกโชนนับว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ....

 |
ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวตั้งแต่ที่คุณก้าวออกจาก
สนามบินนอยบัง
เพราะไกด์จะพาคุณเดินทางถนน โดยมุ่ง
ไปข้างหน้า ขณะที่เราถูกสอนให้มีความระมัดระวัง อย่า
ประมาท
ต้องมองซ้ายและมองขวากันอย่างรอบคอบ
ก่อนไปหลายๆ คน
คงได้ทั้งอ่านและฟังคำบอกเล่ามาก
มายที่พูดถึงเรื่องนี้
แต่ของจริงเมื่อสัมผัสแล้วคุณจะรู้สึก
“อึ้ง” และ
“ทึ่ง” เพราะเมื่อข้ามถนนจงมองและก้าวเท้าไป
ข้างหน้าอย่าได้ลังเล
หน้าที่ของคุณคือข้ามถนน หน้าที่ของคนขับรถ
คือต้องหลีกคุณ
ต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แล้ว
ใช้ตัวช่วยอย่างจังหวะของฝีเท้า แตรและเบรก
แล้วต่างก็
จะถึงจุดหมาย
ไม่รู้ว่าคิดแบบนี้หากนำมาเทียบเคียงกับวิธี
การทำงานของเราแล้วจะเป็นอย่างไร
ทั่วกรุงฮานอยที่เห็นคือความเก่ากับใหม่ก็อยู่
ด้วยกันได้
แต่แปลกไม่รู้สึกถึงความแปลกแยก ระหว่าง
“บ้านนอก” กับ “ชาวกรุง”
คงหยุดเรื่องราวของวิถีชีวิต
ผู้คนในฮานอยและ
การคิดแบบเทียบเคียงไปก่อนทั้งๆ
ที่อยากจะเขียนเพราะ
เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องอื่น
......................................................................... |
บทความที่นำเสนอเป็นผลที่เกิดจากทำงานข้ามหน่วยงาน
คือศูนย์คอมพิวเตอร์และหอสมุดพระราชวัง
สนามจันทร์ สำนักหอสมุดกลาง โดยมีคุณสมเกียรติ ฉัตรชื่นยศ
เป็นตัวแทนของฝั่งคอมพิวเตอร์ และเป็นเพื่อนร่วม
ทางที่ถ่ายภาพด้วยความอุตสาหะถึงห้าร้อยกว่ารูป
ส่วนดิฉันเป็นตัวแทนฝั่งของหอสมุดฯ
แต่ที่อุตสาหะน้อยกว่าเนื่อง
จากสภาพกล้องที่มีระบบกันความสั่นไหวที่เกิดจากการถ่ายภาพ
แต่ตัวกล้องกลับสั่นไหวซะเอง จึงถ่ายไปประมาณ
สองร้อยรูป เรื่องเทคโนโลยีนี้ประมาทไม่ได้จริงๆ
บทความดังกล่าวเป็นการผูกต่อ
บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์
ที่ตั้งแต่
เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2511 จนถึงปัจจุบันและอนาคตจากเดิมที่เป็นห้องอ่านหนังสือเล็กๆ
ขนาดสองร้อยตารางเมตรกับ
จำนวนนักศึกษาหลักร้อย
และมีสิ่งที่เป็นคลาสสิกที่เป็นตัวแทนของห้องยุคสมัยเก่าคือบัตรรายการขนาด 3
X 5
นิ้ว
และตู้บัตรรายการ เรื่อยไปจนถึงการนำคอมพิวเตอร์มาใช้งาน
เริ่มจาก โปรแกรม Dbase ต่อด้วย
Mini Micro
CDS/ISIS พัฒนาเป็น
WEBSIS การสร้างเว็บไซต์การจัดซื้อระบบห้องสมุดอัตโนมัติ INNOPAC
จนถึงเวอร์ชั่นที่ใช้
|