LIBRARIANMAGAZINE.COM

 นิตยสารบรรณารักษ์ ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๒

     บทสัมภาษณ์ โดย    " พะ-นิ-ฎา"
  



              วันหนึ่ง มีโอกาสเดินตุปัดตุเป๋เข้าเว็บบอร์ด ห้องสมุด ในเว็บไซต์ชื่อดัง www.pantip.com ซึ่ง pantip นับได้ว่าเป็นเว็บบอร์ดที่ใหญ่ และได้รับ
ความสนใจจากผู้นิยมท่องเว็บอีกแห่งหนึ่งทีเดียว  โดย
pantip จะทำการแบ่งส่วนที่เป็นกระทู้ เรียกว่า คาเฟ่ (café) และแบ่งเป็นห้องย่อยๆ เช่น ห้องเฉลิมไทย
(คุยกันเรื่องภาพยนตร์) ห้องรัชดา (คุยกันเรื่องรถ) ห้อง
blueplanet (ท่องเที่ยว) ฯลฯ แต่ในวันนี้ เลือกเข้า ห้องสมุด” 
(http://www.pantip.com/cafe/library)
แล้วได้พบเกมที่น่าสนใจมาก ใช้ชื่อว่า RRR   

               นั่งอ่านกติกาแล้วคิดว่า เยี่ยมมาก
!
ป็นกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่น่าสนุกอีกกิจกรรมหนึ่ง ... โดยมีโจทย์กว้างๆว่าให้อ่านหนังสือแบบใด เช่น
หนังสือที่มีความหนา 500 หน้าขึ้นไป..ถ้าอ่านจบ ให้เอามาเล่าให้เพื่อนๆใน
pantip ฟัง แล้วรับคะแนนไป แถมเลือกโจทย์ได้เองด้วย  เลื่อนอ่านกติกาไปเรื่อยๆ
(เพื่อหารางวัลนั่นเอง
!) ปรากฏว่า เกมนี้ไม่มีรางวัล แต่ก็มีสมาชิกร่วมเล่นเกมเยอะมาก.. ยิ่งพอได้อ่านหนังสือที่แต่ละคนเอามาแนะนำแล้ว เริ่มนึกสนุกอยากอ่าน
หนังสือขึ้นมาบ้างทันที  ใครกันนะที่เป็นผู้จัดทำ
RRR เกมส์สนุกสำหรับนักอ่าน และแนวคิดนี้มาจากที่ใด ... น่าสนใจจริงๆ

              นิตยสารบรรณารักษ์ฉบับนี้เลยขอถือโอกาสแนะนำผู้อ่านให้รู้จักกับ คุณ
"อั๊งอังอา
" ผู้ที่กำลังทำให้ใครอีกหลายๆคน " รักการอ่าน ' ไปกับเกมส์สนุกๆ
และถึงแม้ว่าคุณอาจจะไม่ได้ร่วมสนุกกับเกมส์นี้ แต่ถ้าติดตามอ่านกระทู้ต่างๆดูก็จะได้ความรู้เกี่ยวกับหนังสือมากมาย

              น่าจะเป็นอีกหนึ่งไอเดียในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านสำหรับห้องสมุดได้เป็นอย่างดีทีเดียว ถึงตอนนี้ .. เราลองติดตามเรื่องราวและกิจกรรมนี้กัน
ดูเลยดีกว่าค่ะ ขอขอบคุณ คุณอั๊งอังอา และผู้ดูแล
RRR ทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้อีกครั้งค่ะ


------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บทสัมภาษณ์
" อั๊งอังอา" ผู้จัดทำ RRR ( Rainy Read Rally ) เกมส์สนุกสำหรับนักอ่าน         


จากกระทู้
  http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K8020687/K8020687.html

              http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K8032206/K8032206.html
              http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K8048490/K8048490.html  


เกี่ยวกับผู้จัดทำ
 
               การศึกษา ปริญญาตรีภาษาฝรั่งเศสธุรกิจ

มั่นใจว่าคุณเป็นผู้หนึ่งที่เห็นความสำคัญและรัก “การอ่าน” อยากทราบว่า - - อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้คุณรักการอ่าน

               เริ่มจากครอบครัวส่งเสริมให้อ่านประกอบกับสนใจอ่านเองด้วย ตอนเด็กๆ เวลาพ่อพาไปร้านหนังสือ เป็นที่รู้กันว่าให้เวลาสองชั่วโมงในร้าน และซื้อได้หนึ่งเล่มเท่านั้น แต่เป็นเล่มไหนก็ได้ ตอนนั้นเด็กมาก หยิบแต่พวกสมุดระบายสีกับนิทาน แต่ก็เพาะนิสัยรักหนังสือมาตั้งแต่ตอนนั้น  ต่อมาน้าสาวซึ่งรักการอ่าน มาที่บ้าน พบว่าหลานไม่รู้จะอ่านอะไร ตอนนั้นเป็นฤดูฝน
บ้านเราซึ่งเป็นร้านขายของอยู่ในย่านตลาด ไม่มีอะไรให้เล่นนอกบ้านเท่าไหร่ อยู่บ้านก็ไม่มีอะไรน่าสนุกเด็กทำ

              วันหนึ่งน้าเข้ามาหาหลานพร้อมกับหนังสือคละประเภทกองหนึ่ง เลือกแล้วว่าเด็กวัยสิบขวบน่าจะชอบ จำได้ว่าบ่ายนั้นเป็นบ่ายที่นั่งในห้องและอ่านอย่างเงียบเชียบ จนแม่เดินมาดูว่าทำไมหายไปตลอดบ่าย หมดกองนั้นก็รบเร้าจะเอาอีก จนตอนนี้กลับกัน แม่บอกว่าถ้าไม่มีเงินซื้อข้าวเมื่อไหร่ จะเอาหนังสือที่มีมาต้มให้กิน


หนังสือที่คุณชอบอ่านเป็นพิเศษ

              
ไม่เลือกประเภทหนังสือ ชอบอ่านทุกอย่าง แต่เลือกตามจริตว่าถูกใจกับแนวการเขียนของนักเขียนท่านไหนมากกว่า
แนวที่นี้หมายถึงทั้งสำนวน พล็อตเรื่อง และอื่นๆ บางเรื่องพล็อตดีมากแต่การเล่าเรื่องแย่ ทำให้ค้างคาไปบทถัดไป น่ารำคาญ
ก็ไม่อ่านผลงานของคนนี้อีก รู้สึกว่าน่าจะเขียนได้ดีกว่านี้ ไม่งั้นไปดูหนังเอาก็ได้ อีกอย่างความชอบเปลี่ยนไปตามวัยด้วยค่ะ
เจาะจงลงไปได้ยาก ที่แน่ๆไม่ชอบอ่านพวกเสริมดวงและตระกูลแฉ

สิ่งที่คุณได้รับจากการอ่าน

              เยอะมาก การอ่านช่วยให้มีสมาธิ อยู่กับความเงียบได้เหมือนเพื่อนสนิท มองเข้าไปในตัวเราเอง มองออกไปข้างนอก
มองคนอื่นลึกกว่าเปลือกผิวเผินที่เราเห็นปกติ ออกไปนอกบ้าน นอกประเทศ นอกโลกเลย (ฮ่า) เราหัวเราะ ร้องไห้ ไปกับเรื่องที่
อ่าน ได้ประสบการณ์อ้อมจากคนที่เคยผ่านสิ่งที่เขียนให้เราอ่าน ได้ฝึกภาษา เรียนรู้วัฒนธรรม ได้เพื่อนที่รักอ่านเหมือนกัน
ถึงแม้หลายคนจะอ่านคนละแนว แต่ยังไม่เคยได้เงินหรือมรดกจากการอ่านซึ่งคิดมาตลอดว่าอยากได้จัง


เกี่ยวกับกิจกรรม
RRR 

            
  แนวคิดหรือแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นทำกิจกรรม

               Rainy Read Rally หรือที่เรียกย่อว่า RRR มีแรงบันดาลใจจาก Summer Challenge 2009 ซึ่งอยู่ในบุ๊คคลับชื่อ
The Next Best Bookclub ซึ่งซ้อนอยู่ในเว็บ Goodreads.com อีกที เริ่มจากเพื่อนคนหนึ่ง (เหมียวยิ้ม) มาเล่าให้ฟังว่ากำลังเล่น
ชาเลนจ์หนึ่งในคลับนี้อยู่ ชวนไปดูว่าสนุกอย่างไรและอธิบายว่าใช้หนังสือที่เรามีอยู่แล้วได้ ตอนแรกไม่ค่อยสนใจ เล่าหลายครั้ง
จนอยากรู้ พอเข้าไปดู อ่านคำถาม ลองเล่นกับเขาด้วย ไปๆ มาๆ เริ่มสนุกและตื่นเต้นที่ได้รื้อกองหนังสือเอามาอ่านตอบโจทย์
เล่มนี้ใช้กับข้อไหนได้บ้าง สนุกจนเอาไปเขียนกระจายความตื่นเต้นลงบล็อก (blog) มีเพื่อนบล็อกท่านอื่นมาอ่าน และมีท่านหนึ่ง
เปรยว่าถ้ามีอย่างนี้ในบ้านเราบ้างก็คงดี จะได้อ่านหนังสือที่เป็นภาษาไทย เพราะเว็บนั้นเขาเป็นเว็บต่างประเทศ เขาไม่อ่านภาษา
ไทย คุณยาคูลท์ (ซึ่งเป็นชื่อใน pantip) ก็เกิดไอเดียว่าจะลองโครงการอย่างนี้ดูไหม สำรวจความเห็นที่บล็อกเธอ พบว่าหลายคน
ก็สนใจ หลายคนก็มาช่วยกันเริ่มและดูแลโครงการ ทั้งที่แทบไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนเลย จนทุกวันนี้เริ่มโครงการไปแล้วก็ยังไม่
เคยเจอกัน


          
  ความคาดหวังของการจัดกิจกรรมนี้ เช่น ผู้ร่วมกิจกรรมได้ประโยชน์อย่างไร

            
การที่หลายคนอ่านหนังสือแต่ละเล่ม แล้วมารวมตัวกัน อย่างแรกเลยเราจะได้อ่านหนังสือของตัวเอง ซึ่งเป็นกติกาว่า
ต้องอ่านมาตอบโจทย์ง่ายๆ จะหยิบรื้อค้นที่มีอยู่แล้ว และเราลืมไปแล้วว่ามีอยู่เพราะตอนนั้นอยากอ่านแต่ตอนนี้ไม่อยากแล้ว
เหมือนได้พบสมบัติที่ซ่อนไว้ เราซ่อนไว้เองล่ะ สร้างความสนุกเล็กๆน้อยๆ ที่จะหยิบเล่มที่มีมาอ่าน ไม่ต้องไปเสาะหามาใหม่เพื่อ
เล่นก็ได้
             แต่เอาเข้าจริงก็ไปหามาใหม่อยู่ดี เวลาได้รู้จากคนอื่นว่าเล่มนั้นเล่มนี้มีอะไร แต่โดยส่วนตัวจะทำให้เราค้นหนังสือที่มี
อยู่และอ่านก่อนจะออกไปหามาเพิ่ม ทำให้จ่ายเงินช้าลงบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ไม่ซื้อเลยนะ ซื้อแน่แต่ช้าลงและน้อยลงหน่อย คนที่ไป
ห้องสมุดก็ยังไปอยู่ ซึ่งเป็นข้อดีของการไปห้องสมุดด้วย
             อีกอย่างที่บอกไปแล้วคือจะได้เปิดหูเปิดตา ได้เห็นและรู้ว่ามีหนังสืออื่นๆ นอกจากที่เราอ่านเป็นประจำ หลายท่านอ่าน
จบแล้วมาบอกเล่ากันเกี่ยวกับหนังสือกันแบบยาวๆ ซึ่งไม่ได้กะเกณฑ์ว่าทุกคนต้องทำ เป็นความสมัครใจส่วนตัว แค่เล่าสั้นๆ ว่า
รายละเอียดและความเห็นสั้นๆ คิดเห็นอย่างไรก็ได้แล้ว ไม่ต้องเคร่งเครียดบังคับกับการรีวิว แค่นี้ก็ทำให้รู้จักหนังสือใหม่ได้หลาย
เล่มแล้วยังได้พูดคุยกับคนชอบอ่านด้วยกันด้วย กระทู้จะยาวจนตาลายคุยไม่ทัน


             
เริ่มต้นอย่างไร มีวิธีการดำเนินการอย่างไร แนวคิดในการตั้งโจทย์ และวิธีการร่วมสนุก

             
ขอให้เครดิตกับต้นฉบับโครงการอีกครั้งคือ Summer Challenge 2009 ของ Cynthia ซึ่งอยู่ใน The Next Best Bookclub อีกที เพราะเราอิงของเขาอยู่เยอะ คำถามก็คล้ายกัน เพราะของเดิมก็ดีอยู่แล้ว ได้หลายคนช่วยกันเพิ่มและปรับบาง
อย่างให้เหมาะกับแบบเรามากขึ้น เพราะหนังสือไทยกับต่างประเทศไม่เหมือนกัน อย่างนิยายไทยมักพิมพ์แยกเป็นสองเล่ม แต่
ของต่างประเทศมักจะรวมเป็นเล่มเดียว
              ใครๆ ก็เข้าร่วมได้ แต่ถ้าเป็นสมาชิก pantip.com จะง่ายกว่า เพราะเวลาคุณเขียนรีวิวหรือแนะนำหนังสือแล้วมีใคร
ถูกใจ เขาจะให้กิ๊ฟ (gift) แสดงให้ทราบว่าเขาชื่นชอบข้อความของคุณได้ ถ้าอยากเขียนยาวๆ ลงบล็อกของคุณเองก็ได้เหมือนกัน
เกิดใครติดใจจะตามไปอ่านต่อ ก็ไปได้ถูก


             
วิธีการง่ายมาก คือ ในระยะเวลาสามเดือน (1 ก.ค. - 30 ก.ย. 52) ให้อ่านหนังสือในระยะเวลานี้ตามโจทย์
เพื่อเก็บคะแนน โจทย์ไล่ตั้งแต่ห้าถึงสามสิบคะแนน อ่านจบก็มาบอกในกระทู้ว่าอ่านจบตามโจทย์ข้อนี้ ด้วยหนังสือเล่ม
นี้ รายละเอียดคร่าวๆ เกี่ยวกับหนังสือ เช่น
 

               
ข้อ 10-1. [LMJ] อ่านหนังสือที่ชื่อเรื่องมีคำเกี่ยวกับฝน หน้าฝน วายุ พายุ ฯลฯ

              
ข้อนี้เป็นโจทย์สิบคะแนนข้อที่หนึ่ง ให้อ่านหนังสืออะไรก็ได้หนึ่งเล่ม นิยายเรื่องแต่งหรือสารคดีได้หมด ที่มีคำ
เกี่ยวกับฤดูฝน เพราะโครงการเรามีตอนหน้าฝน ถึงได้ชื่อว่า Rainy Read Rally จะอ่าน ไฟในวายุ (ดวงตะวัน) หรือ ฝน
สีขาว (Akagawa Jiro/ ปัญจารีย์ จารีธนารักษ์) ก็ได้

        
      20-4.       [ยาคูลท์] อ่านหนังสือ 2 เล่มที่ชื่อเรื่องมีคำเหมือนกัน (เช่น ฤดูดาว + ฤดูกาลของหัวใจ)  

             
โจทย์ยี่สิบคะแนนข้อที่สี่ ข้อนี้อ่านนิยายเล่มหนึ่งคู่กับสารคดีเล่มหนึ่งก็ได้ เช่น ที่เกิดเหตุ (วรพจน์ พันธุ์พงศ์)
              กับ ที่นี่ไม่มีรัก (ม.มธุการี)

         
ตัวอย่างอื่นๆ

        
      20-5.       [piccy] อ่านหนังสือรวม 3 เล่ม จากคนละประเทศ นับจากสัญชาติคนแต่ง จะเป็นฉบับแปลหรือ
ไม่แปลก็ได้
  
         
 
    25-1.      [อั๊งอังอา] อ่านหนังสืออะไรก็ได้ 1 เล่ม ที่จำนวนหน้า 500+ หน้า          
                           

       
       
30-1.     [สาวไกด์ใจซื่อ] อ่านหนังสือไทยกับต่างประเทศ (แปลหรือภาษาต้นฉบับ) ที่มีแนวเรื่องค่อนข้าง
คล้ายคลึงกันมากๆ หรือได้แรงบันดาลใจมา เช่น สมบัติพระศุลี กับเพชรพระอุมา เป็นต้น ตอนโพสต์ ให้บอกความ
เหมือนของสองเล่มนี้ด้วย

              
แล้วแต่จะตั้งเป้าหมายกันเอง สมมติอยากแข่งกับตัวเองและมีเวลาให้การอ่านจำกัด ตั้งไว้ว่าต้องการคะแนนแค่หนึ่ง
ร้อยก็ได้ หรือจะใช้คะแนนรวมเป็นหลักแล้วแข่งกับคนอื่นว่าใครถึงเป้าหมายก่อนก็ได้ ไม่มีกติกาบังคับ ได้
คะแนนมากน้อย ไม่มี
ถ้วย
ไม่มีเหรียญ ไม่มีรางวัลให้ผู้ชนะ สำคัญคือได้อ่านก็พอแล้วค่ะ







ตัวอย่างผู้ร่วมเล่นเกมส์เลือกหนังสือที่จะอ่านเพื่อ
ทำคะแนน
75
คะแนน

 

กระแสตอบรับ ณ ตอนนี้

           
    ช่วงนี้เริ่มชะลอตัว คาดว่ากำลังอ่านกันอยู่ ช่วงแรกคึกคักมาก อ่านกระทู้ทีทำเอาตาลาย เริ่มแรกไม่ได้คาดหวังนัก
ยังกลัวว่าจะไม่ค่อยมีคนมาเล่นด้วย แต่นี่ก็ดีกว่าที่คาดกันมาก ต้องดูกันอีกทีช่วงใกล้หมดเกมส์


เกี่ยวกับวงการห้องสมุดและบรรณารักษ์ อยากฝากอะไรถึงวงการห้องสมุดและบรรณารักษ์บ้างค่ะ

               
เห็นได้ชัดว่าคนที่เล่น RRR และไปห้องสมุดตอนนี้จะได้เปรียบกว่าคนที่ไม่ค่อยไปอย่างหนึ่งคือจะประหยัดกว่า
ยกเว้นบางคนมีกองดองมโหฬารขนาดห้องสมุดเอง (กองดอง = กองหนังสือที่ยังไม่ได้อ่าน)
 อย่างไรก็แล้วแต่ ส่วนตัวชอบ
และอยากไปห้องสมุดนะคะ แต่ไม่สะดวกทั้งเรื่องเวลาและการเดินทาง หวังว่าจะมีสาขามาใกล้บ้านและเดินทางสะดวกกว่านี้
อีกอย่างอยากให้ประชาสัมพันธ์มากกว่านี้เยอะๆ บางคนยังไม่รู้เลยว่ามีห้องสมุดใกล้บ้าน จะหวังพึ่งรัฐบาลกระจายงบประมาณ
และเห็นผลคงอีกนาน ตั้งแต่เด็กจนโตป่านนี้เพิ่งเห็นชัดเจนว่ามีการประชาสัมพันธ์เมื่อไม่กี่ปีนี่เอง ยิ่งเคยมีกรณีมั่วสุมในห้องสมุด
และเคยเห็นเองด้วย ยังงงว่าทำไมเกิดขึ้นได้เพราะจะให้บรรณารักษ์ไปสอดส่องตลอดคงไม่ไหว ไม่ใช่โรงเรียนอนุบาล คนที่มา
ห้องสมุดก็คงไม่ชอบถ้ามีใครมาเดินตามตลอดเหมือนอยู่ร้านหนังสือบางร้าน ได้แต่โทษว่าส่วนหนึ่ง เพราะเขาไม่ได้มาเพื่อ
หนังสือและการอ่าน และประเทศเราไม่ส่งเสริมให้การอ่านเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาและรักษาวัฒนธรรมอันดี


               
  เป็นกำลังใจให้บรรณารักษ์และทุกคนที่ทำงานด้านนี้ เพราะการอ่านไม่สามารถสร้างและเห็นผลภายในไม่กี่ปี
ต้องใช้เวลานานมากและไม่เห็นผลชัดเจน แต่ผลสุดท้ายเกินจะนับไหวค่ะ ..


 

LIBRARIANMAGAZINE.COM