|
สวัสดีค่ะ/ครับ
คิดถึงศิลปากร นึกถึงหอสมุด คิดถึงสระแก้ว นึกถึงหอสมุด
คิดถึงสนามจันทร์ นึกถึงหอสมุด คิดถึงทับแก้ว นึกถึงหอสมุด
คิดถึงเพื่อน นึกถึงหอสมุด คิดถึงอาจารย์ นึกถึงหอสมุด
ไม่คิดถึงใครเลย ก็ขอให้นึกถึงหอสมุด คิดถึงศิลปากร นึกถึงหอสมุด
คิดถึงสระแก้ว นึกถึงหอสมุด คิดถึงสนามจันทร์ นึกถึงหอสมุด
คิดถึงทับแก้ว นึกถึงหอสมุด คิดถึงเพื่อน นึกถึงหอสมุด
คิดถึงอาจารย์ นึกถึงหอสมุด ไม่คิดถึงใครเลย
ก็ขอให้นึกถึงหอสมุด คิดถึงศิลปากร นึกถึงหอสมุด
คิดถึงสระแก้ว นึกถึงหอสมุด คิดถึงสนามจันทร์ นึกถึงหอสมุด
คิดถึงทับแก้ว นึกถึงหอสมุด คิดถึงเพื่อน นึกถึงหอสมุด
คิดถึงอาจารย์ นึกถึงหอสมุด ไม่คิดถึงใครเลย
ก็ขอให้นึกถึงหอสมุด คิดถึงศิลปากร นึกถึงหอสมุด
คิดถึงสระแก้ว นึกถึงหอสมุด คิดถึงสนามจันทร์ นึกถึงหอสมุด
คิดถึงทับแก้ว นึกถึงหอสมุด คิดถึงเพื่อน นึกถึงหอสมุด
คิดถึงอาจารย์ นึกถึงหอสมุด ไม่คิดถึงใครเลย
ก็ขอให้นึกถึงหอสมุด
http://www.snamcn.lib.su.ac.th
034-255092
_____________________________________________________________________________________________________
ข้อความข้างต้นพิมพ์อยู่บนถุงก้อบแก๊บที่หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์
สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร
จังหวัดนครปฐม จัดหาเตรียมไว้ให้กับผู้ใช้บริการ
เพื่อใส่หนังสือกลับไปอ่าน
|
หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์
เป็นชื่อของห้องสมุดหนึ่งในสามแห่ง
ภายใต้ร่มเงาของสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศิลปากร
ที่มีหน่วยงานย่อยๆ กระจายตัวออกไปตามวิทยาเขตต่างๆ คือ
หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ อยู่ที่นครปฐม หอสมุดสาขาวังท่าพระ
อยู่ที่กรุงเทพมหานคร
ส่วนอีกแห่งคงไม่ต้องบอกว่าอยู่ในจังหวัดอะไร
เพราะชื่อได้สื่อแห่งหนแล้วคือ หอสมุดวิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี
|
 |
หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์
นั้นด้วยความที่ชื่อไปพ้องกับพระราชวังสนามจันทร์
จึงมักสร้างความสับสนให้หลายคน
เช่นเดียวกับชื่อมหาวิทยาลัยที่ไปพ้องกับกรมศิลปากร
สมัยก่อนมีคนเข้าไปหาห้องสมุดที่ในพระราชวังสนามจันทร์ที่อยู่ใกล้
กับมหาวิทยาลัยอยู่บ้าง
แล้วกลับมาเล่าให้พวกเราฟังอย่างขำๆ
ขณะที่ก็ยังมีผู้เข้าใจว่ามหาวิทยาลัยของเราของเราสอนนาฏศิลป์
ตัวเองเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า
“รั้วสูง”
คนจึงไม่รู้จัก จึงเป็นเหตุหนึ่งที่พวกเราพยายามทำอะไรๆ
เพื่อลดระดับของรั้วให้เตี้ยลงมา
สักนิด ด้วยการไปตั้งบูธออกงานวัดในงานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์
แบบเก้าวันเก้าคืน
ตะลอนทัวร์ไปตามตลาดนัด
เพื่อนำ
หนังสือไปให้ถึงมือเด็กๆ
จัดงานวันเด็ก จัดค่ายห้องสมุดสุดหรรษา
จัดอบรมกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้กับคุณครู
จึงพอที่ผู้คน
ภายนอกจะได้เห็นและรู้จักพวกเราขึ้นมาบ้าง
 |
ส่วนขนาดของห้องสมุด บางครั้งเราก็อยากใหญ่โต
จะบอกกับ
ใครๆว่าเป็นห้องสมุดขนาดกลาง
ด้วยการพิจารณาจากพื้นที่ให้บริการที่มีอยู่
ของสองอาคารรวมแปดชั้น
แต่ได้จัดให้เป็นพื้นที่บริการเจ็ดชั้น
ส่วนอีกหนึ่ง
ชั้น
ที่เหลือเป็นพื้นที่ของสำนักงานเลขานุการ
งานจดหมายเหตุมหาวิทยาลัย
ศิลปากร
และห้องประชุม
ที่วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์มีนักศึกษา
ประมาณหลักหมื่นต้นๆ
ก็ดูใหญ่นะ
แต่บางครั้งเราก็อยากเป็นห้องสมุดขนาดเล็ก
โดยเฉพาะเมื่อซื้อหรือ
บอกรับฐานข้อมูล
มีผู้จำหน่ายฐานข้อมูลแห่งหนึ่งกำหนดให้ห้องสมุดของ
เรามีขนาด
very small
หลังจากนั้นเป็นต้นมาเราก็จะใช้เป็นต้นแบบ
เป็นข้อ
อ้างในการต่อรองราคา ขณะที่ฝรั่งบางคนทำท่าน่าจะงง
แล้วบอกว่า Oh! No
มหาวิทยาลัยยูทั้งสามวิทยาเขตมีจำนวนนักศึกษามากมายๆจริงๆ
แต่แหม! มีเยอะแต่ใช้น้อยนะจ๊ะ
ก็เพราะ...
|
ที่วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์มีหลากหลายคณะ
นับตั้งแต่อักษรศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เภสัชศาสตร์
และวิศวกรรมศาสตร์ มีนักศึกษาบางชั้นปีของคณะทางด้านศิลปะคือ
คณะมัณฑนศิลป์ สถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฯ เข้ามาเรียน
มีบัณฑิตวิทยาลัยเกือบทุกสาขาวิชา มีมัธยมสาธิต
ตามด้วยเจ้าตัวกะเปี๊ยกประถมสาธิต รวมทั้งประชาชนทุกเพศทุกวัย
ที่ต่างใช้ชีวิต
อยู่ที่นี่
สลับหมุนเวียนกันไปตามจังหวะของช่วงเวลา
ห้องสมุดของเราเป็นที่กล่าวขวัญ
และแหล่งอ้าง
อิงเรื่องการเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง
เพราะเปิดเป็นแห่งแรก มีหลาย
แห่งรวมทั้งสื่อที่เข้ามาดูงานเรื่องนี้และมักจะถามความเป็นมา
เป็นไป ก็มักจะได้คำตอบแบบง่ายๆ ไม่มีงง ไม่มีทฤษฎีใดมา
รองรับ
พวกเราทำทุกอย่างทำด้วยความรู้สึกและความปรารถนาดีล้วนๆ แบบเซ่เว่นทำได้
ฉันก็ทำได้ หากนักศึกษา
เป็นลูกหลานของเรา
แล้วเราอยากให้ลูกหลานเรามีสภาพแวด
ล้อมแบบไหน
หลังๆ มีคนเข้ามาถามบ่อยๆ ตอบแบบเดิมมิได้
เพราะจะดูว่าขาดหลักการ จึงต้องตอบไปในเชิงวิชาการบ้าง
เช่น
ประการแรกต้องดูสภาพแวดล้อมของผู้ใช้บริการ
(เห็น
ตอนมาปิดหอสมุดฯ ตอนสี่ทุ่มที่เด็กย้ายจากหอสมุดฯ
ไปนั่ง
ตามโรงอาหาร หรือตามมุมตึก
และตอนมาขึ้นรถที่หน้าหอ
สมุดฯในเวลาตีสี่
เพื่อไปดูงานต่างจังหวัด) ต้องสอบถามความ
ต้องการของผู้ใช้
(ถามในชั้นเรียนของหัวหน้าหอสมุดฯ
ตอนสอนหนังสือ)
ต้องทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วน
(ก่อน
เปิดต้องทำเรื่องแจ้งมหาวิทยาลัย
เพื่อแจ้งงานหอพัก
และ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย)
เช่นนี้ เป็นต้น |

|
พวกเรามีคนทำงานทั้งสิ้นห้าสิบหกคน
เป็นบรรณารักษ์สิบสี่คน
หนึ่งในนั้นทำหน้าที่เป็นผู้บริหารในตำแหน่งหัวหน้า
หอสมุดฯ
ที่มีงานในตำแหน่งแต่ไม่มีเงินประจำตำแหน่ง
ทั้งที่โครงสร้างบอกว่าเทียบเท่าเลขานุการคณะ/สำนัก
พวกเราจึงยกให้ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติอย่างแท้จริง
มีพี่แมว กาญจนา สุคนธมณี หรือป้าแมว บรรณารักษ์เชี่ยวชาญ
ระดับ
9 ถือครองจนเกษียณ
สิทธิพิเศษประการเดียวที่ได้คือ ไม่ต้องอยู่เวร
แต่ต้องทำหน้าที่ควบคุมการทำงานและมาเยี่ยมเยียนผู้อยู่เวร
แต่เราต่างมี
มติเป็นเอกฉันท์ว่าขอบคุณ
และเกรงว่าพี่จะไม่สะดวกในการเดินทาง
บรรณารักษ์ที่เหลืออยู่ในฝ่ายวิเคราะห์และพัฒนาทรัพยากรห้องสมุด
6 คน ฝ่ายโสตทัศนศึกษา 1
คน ฝ่ายบริการ 3 คน
ศูนย์ข้อมูลภาคตะวันตก 2 คน
(จะเกษียณอายุปีนี้ 1 คน)
และงานเทคโนโลยีสารสนเทศ 1 คน
ในจำนวนที่บอกจะมีหนึ่งคนที่เป็น
หัวหน้าฝ่าย/งาน
และจึงมีงานที่ต้องบริหารตัวเอง เราแอบเรียกว่าพวกไส้ติ่ง
และยังมีงานธุรการ ที่ไม่ใช่สำนักงานเลขานุการ
อีกหนึ่งหน่วยงาน
 |
ต้องอธิบายสักหน่อยว่ามีใครกันบ้างเริ่มจากหัวหน้า
งานธุรการ และทำหน้าที่ขุนคลัง
ซึ่งเราควรเอาใจไม่
ต้องพิเศษแค่ถูกหลักอนามัยก็พอ
ทำหน้าที่บริหารง
บประมาณไม่เยอะหรอกแค่ยี่สิบล้านปลายๆ
และ
เจ้าหน้าที่อีก
3 คน ทำหน้าที่ พัสดุ อาคารสถานที่
สารบรรณและสวัสดิการ ส่งเรื่องภายในและภายนอก
2
คน ทำความสะอาด 5 คน
|
ที่แปลกที่สุด
คือที่นี่คือมีงานวิชาการและประชาสัมพันธ์
ที่ต้องดูแลความเป็นไปและกำหนดทิศทางให้หอสมุดเดินหรือวิ่ง
ไปข้างหน้าในภาพรวม
ห้ามยึดติดกับต้นสังกัดที่ตนเองอาศัยอยู่ งานนี้หัวหน้าหอสมุดฯ
ฝากงานนี้ไว้กับยายสาย เอ๊ยม่ายช่าย...
หัวหน้าฝ่ายบริการดูแล
ส่วนการทำงานจะเป็นในลักษณะของคณะทำงาน
ขณะนี้ยายสายพยายามเริ่มปฏิบัติการหาผู้สืบทอดมรดก
อย่างงกๆ เงิ่นๆ ดูแต่เรื่องอายุคนที่จะเกษียณอายุ
กับคอยบิ้วท์ว่าน้องคนนั้น คนนี้มีแวว
ต่อไปจะได้เป็นหัวหน้างั้น โง้น งี้
ท่ามกลางความดีใจของน้องๆ
... จะแย่
| |
|
ส่วนคณะทำงานของที่นี่จะหลากหลาย
บรรณารักษ์ไม่จำเป็นต้องเป็นประธานไปซะ
ทุกเรื่อง เราเรียกกันว่าแบ่งซีนให้คนอื่นบ้าง
ดังนั้นเพื่อนพ้องน้องพี่ในทุกตำแหน่ง ทุกวัย ย้ำว่า
ทุกตำแหน่งจริงๆ
ได้เป็นประธาน เลขา และคณะทำงาน เรียนรู้กันไป
สะสมประสบการณ์กันไป
ส่วนป้าแมวเป็นผู้บัญชาการ และทัพหน้า
ไปรายงาน เจรจาและต่อรองกับผู้อำนวยการสำนัก
หอสมุดกลาง
สรุปว่า
งานทุกอย่างเราล้วนแล้วแต่จัดการกันภายในหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์
ซึ่งถือว่าเป็นความแปลก และหากจะแปลกมากยิ่งขึ้น
หากใครได้มาสัมผัสกับวิธีคิด วิธีการทำงาน
วิธีการพูด ทัศนคติแบบซื่อๆ ตรงๆ ง่ายๆ
ไม่เสแสร้งแบบตรงประเด็นโชะเชะ
คะขาค่อนข้างหา
ยาก เพราะไม่อยากเสียเวลา
ซึ่งพวกเราเริ่มมียี่ห้อว่าคิดแปลกๆ
แต่พี่แมวชมว่าคิดนอกกรอบแบบ
บ้านน้อก...บ้านนอก
นอกจากเปิด 24 ชั่วโมง
ที่มีผู้ใช้บริการแบบเนื่องแน่นแล้ว
บางเวลาอย่างเปิดเทอม
ใหม่ๆ ไม่ค่อยจะมีคนเข้าหอสมุดฯ เราก็จัด
Be my friends
แจกคูปองให้สะสม ครบห้าใบยืม
หนังสือเพิ่มได้อีกหนึ่งเล่ม
หรือช่วงใกล้สอบกลางภาคเราก็จะจัดกิจกรรม คุณขอเราจัดให้
บอก
มาเลยว่าต้องการยืมหนังสือเพิ่มจากเดิมกี่เล่ม
หากใกล้ปิดเทอม เราก็จะจัด ยืมไม่อั้น
ให้ผู้ใช้ตะลุย
ยืมหนังสือกลับไปอ่านที่บ้าน
ถึงขนาดมีปรากฏการณ์ถอยรถมาหน้าหอสมุดฯ เพื่อขนหนังสือ
กลับบ้าน
ตะกร้า และ ถุง จึงเป็นอุปกรณ์เสริม
เครื่องยืม-คืนอัตโนมัติราคาหลายหลักแต่ไม่มีคน
ใช้
ก็ต้องจัดรายการ
Selfcheck
ให้โชคทุกเดือนเพื่อกระตุ้นยอดการยืม
และสิ้นปีก็จะมี Champ
of the year
กลางปีมี Shopping Book Tour
หรือใครอยากจัดกิจกรรมอะไรในหอสมุดฯ
ก็เสนอ
ผ่านโครงการ I love library
|
เวลาที่หมุนไป พวกเราก็จะหมุนตาม คิด คิด
คิดและสร้างอะไรมากมายเพื่อให้ผู้ใช้บริการมีความสุขทั้งที่อยู่ในหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์
และในมหาวิทยาลัยศิลปากร
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์
ได้เริ่มเปิด
blog อย่างเป็น
ทางการ
โดยที่ก่อนหน้าได้ใช้เวลาพอสมควรทำความเข้าใจกับทุกคนในเรื่องของความ
เป็นไปของเทคโนโลยี
web 2.0 แนวคิดแบบเปิด การแบ่งปัน
การให้และการแลก
เปลี่ยนเรียนรู้ |
 |
blog
สร้างง่าย
ใครก็สร้างได้ แต่จะให้ยั่งยืนและหลากหลายไม่เป็น blog
ที่ตายหรือมีข้อเขียนจาก admin
เท่านั้น เวลาที่เรา
รออย่างใจเย็น ในที่สุด
blog ของเราจึงมีข้อเขียนจากทุกคน
ต่างมุมมอง ต่างความคิดมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
แม้บางคน
จะเริ่มอยู่ที่หนึ่ง แต่เราก็เชื่อมั่นว่าต้องมีสอง
สาม... สิบ หรือ ร้อย ทวีคูณเรื่อยๆ

แฟนคลับ
blog
ห้องสมุด |
blog
จะมีแฟนคลับ
ที่เป็นนักอ่านตัวน้อยประจำห้องสมุด
ที่มักมารายงานว่าตอนนี้
ใครเขียนไปเท่าไร แล้วเรื่องอะไรบ้างพร้อมกับไปบอกแม่ว่า
อยากอ่านที่แม่เขียนจัง แม่ก็
เลยต้องเขียน ถือเป็นนัยยะที่แปลความได้มากมาย
blog
คงไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
เพราะในหน่วยงานของเรายังมีสมาชิกจำนวนหนึ่ง
ที่ยังไม่คุ้นชินกับเทคโนโลยี
หรือขัดเขินที่จะเขียนอะไรๆ ลงไป
หรือมองว่าเป็นสิ่งที่มี
สาระน้อยและไม่จำเป็น
หรือมีบางคนที่สนุกสนาน เพลิดเพลิน
ที่สามารถเขียนได้
วันละหลายๆ เรื่อง
ทั้งสองกรณีคงไม่มีอะไรดีไปกว่าการยอมรับและเข้าใจอย่างจริงใจ
|
ในชุมชนของเราทุกคนต่างเชื่อมั่นในวัฒนธรรมองค์กรของหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ว่า
นอกจากในโลกของ
ออนไลน์แล้ว
พวกเราบางคนยังสามารถไปสร้างงานที่ถนัดในบางมุมของหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ได้
ซึ่งมุมนั้นอาจได้รับการบันทึกผ่านสายตาของผู้อื่นทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร
หรือบันทึกด้วยใจ
ทุกข้อเขียนใน
blog มีช่องว่างระหว่างบรรทัดมากมาย
ทุกการกระทำของคนๆ คนหนึ่งในหอสมุดฯ มีที่มาที่ไป
ที่ทุกคนต้อง
ช่วยกันทำงาน ขบคิดต่อ เพื่อลดช่องว่าง
หรือขจัดปัญหาออกไป รวมทั้งนำไปสร้างเป็นนวัตกรรมออกมาให้ได้
หลายคนมักพูดกัน
ถึงเรื่องโอกาส ที่นี่การให้โอกาสยังไม่พอ
หอสมุดฯ ยังต้องสร้างโอกาสให้กับบุคลากร เท่าๆ
กับบุคลากรที่ต้องสร้างโอกาสจากสิ่งที่
หน่วยงานได้ให้ไว้แล้วเช่นเดียวกัน
นอกจาก
blog
จะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีของการจัดการความรู้แล้ว
เรายังมองว่าเป็นพื้นที่ที่หน่วยงานให้โอกาสและพื้นที่
สำหรับการสร้างโอกาสไปพร้อมๆ
กัน
รู้จักกับชุมชนเล็กๆ
อย่างหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ สำนักหอสมุดกลาง
มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ที่
http://www.snc.lib.su.ac.th/snclibblog/
อย่าลืมไปเยี่ยมกันบ้างนะคะ นะคะ
|