
หา อ่าน เดินทาง ...ห้องสมุด
เรื่องและภาพโดย สมเกียรติ ฉัตรชื่นยศ
chatchu1970@gmail.com,
somkiat@su.ac.th
ศูนย์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ด้วยเหตุก่อนที่จะได้เดินทางไปร่วมการประชุม
CONSAL
มีหลายเหตุหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดเรื่องราวครั้งนี้เกิดขึ้น
เมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศบังเอิญมาเจอกันเข้ากับบรรณรักษ์ห้องสมุด
ท่านที่อุตส่าห์กล่าวถึงผมในบทความ “The
journey of
next generation library in CONSAL
”
โดยอุบัติเหตุไม่ได้คาดฝันและไม่อยากนึกย้อนกลับไปเพราะคงแก้ไขความผิด
พลาดที่ไม่เสียใจในครั้งนี้แม้แต่น้อยไม่ได้
เหตุการณ์ต่างๆลองติดตามอ่านได้ใน Blog
ของหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ได้ที่
http://www.snc.lib.su.ac.th/snclibblog/
การเดินทางของหอสมุดที่มาเจอคนแปลกหน้า
แปลกตาไปบ้างพร้อมกับความอืดเอ่ย
อึดอัดที่จะหาทางออกในการต่อเชื่อม
กับโลกเทคโนโลยีเจอกันพอดีกับโลกเทคโนโลยีที่จะหาทางออกเพื่อระบายและเชื่อมต่อความรู้ที่มีอยู่เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย
สามฝ่าย และ
หลายฝ่ายคือสังคมโดยรวมไม่ว่าจะเป็นสังคมชุมชนออนไลน์หรือชุมชนสังคมบนดิน
จุดเริ่มต้นของผมมาจากการเป็นนักอ่านหนังสือสารพัดสารพันเพราะมีภาพในหัวคล้าย
Beautiful Mind ที่พยายามโยงใย
เนื้อหาต่างๆในโลกสื่อสิ่งพิมพ์ แต่อาจจะยังไม่บ้าเท่า
ว่าจะลองบ้ากว่านี้ดูอีกหน่อย
อาจจะได้โนเบลกับเค้าบ้าง บังเอิญมาเจอเจ๊
(ร่าง)
ใหญ่แห่งห้องสมุดเพราะด้วยกำลังจะเตรียมตัวไปพูดที่งานสัมมนาในหัวข้อเกี่ยวกับการพัฒนา
CMS กับการจัดการข้อมูล
ความรู้และงานห้องสมุด เมื่อเกือบสองปีก่อน
การตั้งคำถามเกิดขึ้น เช่น
เป็นโปรแกรมเมอร์แล้วมายุ่งอะไรหรือสนใจอะไรงานห้องสมุด
(นินทาเผาขนเลยเพราะนั่งอยู่ข้าง
หลังแก)
รู้เรื่องงานห้องสมุดด้วยเหรอ อืมผมก็ลืมไปแล้วว่าตอบอะไรไปบ้าง
รู้แต่ว่าหลังจากนั้นเราก็นั่งคุยกันได้เป็นชั่วโมง
ถาม
มาก็ตอบไป จนอยู่ๆ เจ๊แกก็เอาชื่อไปเป็นวิทยากรในงานสัมมนาประจำปีของหอสมุดพระราชวังสนามจันทร์
ในงานสัมมนาครั้งนั้นผมก็ได้พูดในเรื่องที่พยายามครอบคลุมเทคโนโลยีสารสนเทศที่โดยพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ
ข้อมูลและความรู้ เทคโนโลยี
Web 2.0
พร้อมแสดงความคิดเห็นในภาพรวมของการจัดการห้องสมุดทั้งสภาพแวดล้อมทาง
กายภาพ
การจัดพื้นที่ภายในและภายนอกห้องสมุดเพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้
ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาหรือคนอื่นๆ เพราะการ
ใช้งานอินเตอร์เน็ตคงจะต้องเกิดขึ้นที่ใดก็ได้
อิริยาบทหรือบริบทใดอีกมากมาย
รวมถึงกิจกรรมบนโลกออนไลน์ที่นักศึกษาหรือ
โลกอินเตอร์เน็ตได้เดินทางล่วงหน้าไปไกลพอสมควรไม่ว่าจะเป็น
Hi5, Facebook หรืออื่นๆ
ความเกี่ยวเนื่องกับการทำงานของผู้ใช้หรือรับบริการในมหาวิทยาลัยได้เดินตามและไม่สามารถแยกออกจากโลกออนไลน์
ได้ บริการของห้องสมุดในการเสริมการเรียน การทำงาน
กิจกรรม
และอื่นๆของผู้รับบริการที่ต่อไปคงไม่มีขอบเขตห้อง
ตึก จนถึง
ประเทศ
เข้ามาเป็นส่วนจำกัดช่องทางการรับบริการอีกต่อไป
อีกทั้งการบริการที่อาจจะเกิดจากผู้รับบริการตั้งแต่เริ่มการแบ่งปัน
ข้อมูลความรู้ การนำเสนอและแนะนำหนังสือ ความรู้
และอื่นๆ จะมาได้จากทั่วทุกช่องทาง Hi5,
Facebook, Twiiter สังคมเครือ
ข่ายเหล่านี้จะพูดคุยกันปฏิสัมพันธ์กันได้โดยมีการนำเสนอบริการต่างๆและผู้ที่สมัครสมาชิกสามารถนำบริการเหล่านั้นไปปะติดไว้
บนหน้าเว็บเหล่านั้นของแต่ละผู้แต่ละคน
ยกตัวอย่างเช่นการทำ Virtual Shelf
อย่างง่ายจาก Shelfari
แล้วไปวางไว้บน Facebook
หรือ Web Blog
ของผู้ใช้เอง

ในส่วนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอีกอย่างคือ Web Browser
และ Add-ons ที่มาช่วยในการบริการของห้องสมุดโดย Web
Browser ที่มี add-ons
มากและพัฒนาต่อยอดหรือร่วมกับไม่ว่าจะเป็น Search
Engine อย่าง Google, Yahoo, Amazon และ
อื่นๆ รวมถึง Wikipedia เมื่อเราติดตั้ง Web Browser
จักรกลค้นหาข้อมูลเหล่านี้ก็จะติดตามมาให้บริการทันที
เราสามารถค้นหา
ข้อมูลความรู้โดยใส่ลงไปในช่องการค้นหาแล้วคลิกเลือก
Search Engine
ตัวใดก็ได้ให้ค้นหาข้อมูลที่ต้องการให้เรา อีกทั้ง Web
Browser อย่างเช่น Firefox ยังมี add-ons
ที่ช่วยในการค้นหาข้อมูลจากหลายๆ Search Engine
พร้อมกันในคราวเดียว Add-ons
ต่างๆที่เกิดขึ้นเพื่อสนองการทำงานของผู้ใช้ในด้านต่างๆ
สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานได้มากมาย เช่นการเขียน
Blog ก็มี
add-on sชื่อ ScribeFire ที่ทำให้สามารถเขียน Blog
จากบนหน้าเว็บบราวเซอร์แล้ว publish ไปที่ Blog
ใดก็ได้ที่เราไปสมัครเป็น
สมาชิกไว้ ฟังก์ชันการทำงานแบบนี้ก็มีเหมือนกันใน
Office 2007 หรือ add-on ของ IE หรือ Browser ชื่อ
Flock ก็มี Blog This
เพื่อทำอย่างนี้ได้เหมือนกัน
ห้องสมุดบางที่เช่น University of Michgan, Duke
Library และอีกหลายที่ ได้มีการพัฒนา add-on
การให้บริการค้นหา
หนังสือที่พัฒนาต่อยอดจากadd-on ที่ชื่อว่า LibX
โดยเทคโนโลยีตัวนี้สามารถให้แต่ละมหาวิทยาลัยเข้าไปสร้าง
add-ons ของ
ตัวเองได้ โดย Web Browser ที่รองรับมีสองตัวคือ IE
และ Firefox ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าไปในเว็บไซต์ของ LibX
ทำการสร้าง โดย
เปลี่ยนตั้งแต่รูปไอคอนที่จะแสดงตอนนำมาติดตั้งบน
Browser เปลี่ยนชื่อตามที่ต้องการ
และตั้งค่าฐานข้อมูลที่ใช้ในการสืบค้น
เทคโนโลยีเหล่านี้ได้เปิดโลกของการค้นหาข้อมูล
หนังสือและสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆให้เกิดขึ้นอย่างลืมเลือนขอบเขตของ
การบริการของห้องสมุดแบบเดิม



การปฏิสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายออนไลน์ เช่น Facebook,
Shelfari ซึ่งได้กล่าวไปบ้างแล้วดังข้างต้นนั้น
ในส่วนของ
การจัดการบริการต่างๆบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ให้มาอยู่ที่เดียวกันเพื่อให้ผู้ใช้และผู้ให้บริการมีความสะดวกในการใช้งานก็มีให้
เห็นเป็นตัวอย่างเช่น iGoogle บริการเว็บท่าของ Google
ซึ่งสามารถเปิดบริการจากเว็บไซต์ต่างๆหรือจากบริการของ
Google ตั้งแต่บริการการค้นหาหนังสือจาก Search Engine
ต่างๆ การนำหน้าเว็บไซต์มาแสดง การอ่าน feed
หรือการนำบริการการค้นหา
หนังสือใน Catalog ฐานข้อมูล วารสาร
ของห้องสมุดและจากห้องสมุดเครือข่าย และบริการอื่นๆ
อีกมาก โดยแต่ละบริการจะอยู่
ในหน้าต่างๆเล็ก บนหน้าเว็บเดียวกัน
และสามารถทำงานได้เหมือนกับการเข้าไปทำงานที่หน้าเว็บนั้นๆ
เมื่อมีความสนใจในการใช้งาน Firefox กันมากขึ้น
ความต้องการมาเจอกับการค้นหาที่ขุดคุยบริการของห้องสมุดที่
ต่างๆ ทั่วโลก งานบริการห้องสมุดในประเทศอื่นๆ
เริ่มมีให้คือการบริการค้นหาหนังสือจากหลายที่ที่หลากหลาย
ไม่ว่าค้นหาจาก
Google Book, Amazon
และในห้องสมุดเองซึ่งอาจจะต่อเชื่อมกับห้องสมุดเครือข่าย
เกิดเว็บไซต์ที่ให้บริการงานห้องสมุดแบบนี้
หลายที่ เช่น LibraryThing, Shelfari และอื่นๆ
เว็บไซต์เหล่านี้เปิดให้บริการ add-ons
เพื่อการต่อเชื่อมการค้นหาข้อมูลหนังสือ
และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆอย่างมหาศาลและอย่างกรณี Google
ยังมีโครงการให้บริการ
กระบวนการจัดทำและผลิตหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
อย่างเป็นระบบจนถึงการขายและการเชื่อมต่อข้อมูลกับ
Amazon เว็บไซต์ขายหนังสือเจ้าใหญ่เจ้าหนึ่ง
ตอนนี้หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ก็เริ่มกระบวนการการทำหนังสือจาก
Blog โดยเจ๊ออกแรงดันให้เกิด Web Blog
และคนทำงานห้องสมุดเริ่มขีดๆเขียนๆ
ใครเขียนไม่เป็นก็อาศัยบอกเล่าหรือเขียนแบบร่างแล้วเอามาให้เพื่อนทำงานช่วยใส่ลง
Blog กุศโลบายที่แยบยลนี้ทำให้เกิดชุมชนออนไลน์จากวิถีชีวิตและการทำงานไปพร้อมกัน(ถึงจะบังคับ
ขู่ฟ่อ เข็ญกันบ้างก็ตาม)
โดยขยับจากบนดินสู่การเป็นส่วนหนึ่งของโลกข้อมูลอันกว้างใหญ่
และทำให้เห็นในสิ่งที่แตะต้องได้คือการทำหนังสือ Blook
ที่เอา
เรื่องจาก Blog ที่แต่ละคนเขียนมาจัดวางใหม่
โดยค่อยเริ่มกระบวนการตั้งแต่การออกแบบอย่างง่ายในการเอา
Blog แปลงเป็น
RSS Feed ซึ่งเป็นภาษา XML มาเลือกข้อมูลที่ต้องการ
และจัดเรียง ด้วยภาษาXSL และCSS ออกมาในรูป HTML
หรือเว็บเพจ ซึ่ง
สามารถดูได้จากหน้า Web ฺBrowser
และเริ่มคิดต่อในการที่จะแปลงเป็นรูปสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ในแบบต่างๆ
เช่น ใบลาน เป็นต้น
การช่วยกันคิด ออกแบบ หน้าปก รูป การจัดวาง ซึ่งเป็น
Template ของหนังสือก็เป็นงานที่ต้องคิดกันต่อไป

เมื่อมีเนื้อหา
มีรูปเล่มแล้วยังมีเรื่องของเครื่องมือเครื่องไม้ต่างๆที่เป็นเทคโนโลยีที่ต้องเปิดโลกแห่งการรับรู้ไม่ว่าจะเป็น
เครื่องอ่านหนังสือซึ่งมีหลายรูปแบบและรองรับไฟล์ชนิดต่างๆ
เช่น Kindle ของ Amazon และ มือถือหรือ PDA
ที่มีฟังก์ชันในการ
อ่านหนังสือและสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ได้
ซึ่งอาจจะนำมาใช้หรือผู้รับบริการยืมโดยการตักหนังสือจากเครือข่ายอินเตอร์เน็ตโดยการ
ต่อเข้ากับเครือข่ายผ่าน Wireless
แล้วเลือกหยิบหรือตักหนังสือหรือสิ่งพิมพ์ที่ต้องการ
และถ้าเครื่องนั้นเขียนหนังสือได้เราก็น่าจะเห็น
กระบวนการจัดพิพม์หนังสืออีกรูปแบบหนึ่งๆ
โดยใช้อุปกรณ์มือถือตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ
ยังมีเรื่องราวอีกมากมายในการที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศด้านต่างๆมาสนับสนุนการบริการของห้องสมุด
ในเรื่องการทำงาน การเรียนและการสอน
และกิจกรรมด้านต่างๆ ในทุกมิติ
ทั้งยังต้องช่วยการค้นหาและนำมาทดลองใช้งานที่เหมาะสมและ
สอดคล้องรวมถึงเริ่มการสร้าง
และพัฒนาด้วยตัวเองต่อไปเพื่อการสร้างบริการตอบสนองผู้ใช้บริการหรือเปิดโอกาสให้ผู้รับบริการได้
สร้างบริการที่ตัวเองต้องการ
อย่างไรก็ตามการเดินทางของห้องสมุดบนคลื่นการไหลของข้อมูลข่าวสาร
โต้คลื่นด้วยการให้บริการไป
พร้อมกับการดูแล
ประคับประคองกับเครือข่ายสังคมออนไลน์ทั้งของผู้ใช้
และผู้ให้บริการอื่นๆกำลังจะถาโถมเข้ามา การปรับตัวและ
เริ่มโต้คลื่นเหล่านี้ไปด้วยกันในการสร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์ของห้องสมุด
พร้อมกับเหลือบตาดูเครือข่ายสังคมออนไลน์อื่นๆ
ที่จะประสานข้อมูลและการบริการเข้าด้วยกันขณะเดียวกัน
ก็คงต้องเตรียมเครือข่ายสังคมบนดินให้ไปพร้อมด้วยกันอย่างแนบแน่นต่อไปเพื่อไม่ให้ทุกคนตกรถไฟ
(Trend ) สายอินเตอร์เน็ตนี้