|
|

หรือเราจะหลงทางในก้อนเมฆ
เก็บความโดย พิมล เมฆสวัสดิ
ไม่นานมานี้กูเกิลได้ประกาศระบบปฏิบัติการใหม่ที่ชื่อว่า
โครม (Chrome) ซึ่งหมายถึงการถ่ายโอนคอมพิวเตอร์
ส่วนบุคคลและอุปกรณ์ที่ใช้มือถือต่าง ๆ
ไปสู่หน้าต่างเดียวบนเว็บ
โครมพาเราไปไกลจากการจัดเก็บสารสนเทศบนเครื่องส่วน
บุคคลไปสุ่การทำทุกอย่างแบบออนไลน์ที่เรียกว่า คลาวด์
(cloud) โดยใช้เครื่องมือใด ๆ ก็ได้ที่อยู่ใกล้มือ
หลายคนนึกถึงพัฒนาการนี้ว่าเป็นการย้ายจากเครื่องตอบรับทางโทรศัพท์ไปสู่ไปรษณีย์เสียง
(voicemail) นอกจาก
นั้นสารสนเทศมีการเก็บรวบรวมและแบ่งปันสารสนเทศมากขึ้น ๆ
ผ่าน Facebook MySpaces หรือ Twitter ซึ่งใช้ประโยชน์
ระบบออนไลน์เช่นกัน อย่างไรก็ตาม
คลาวน์มาพร้อมกับอันตรายที่แท้จริง
หากคุณวางใจข้อมูลของตัวเองในมือผู้อื่น คุณก็
อาจจะถูกทรยศหักหลังหรือทำให้ล้มได้ เช่น กรณีที่คุณเช่าหรือจ่ายบริการออนไลน์สำหรับเพลงโปรดของคุณ
ผลก็คือว่าแทน
ที่จะได้ฟังจากแผ่นซีดีหรือแฟ้ม MP3 ของตัวเอง
คุณก็อาจสูญเสียเพลงไปหากลืมที่จะจ่ายเงิน หรือผู้ขายเกิดล้มละลายหรือ
สูญกำไรขึ้นมา
เช่นสัปดาห์ที่แล้วอเมซอนพยายามให้เจ้าของสำนักพิมพ์เปลี่ยนใจมาใช้เครี่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ชื่อ
“คินเดิล” (Kindle) ก็ปรากฏว่าบางคนที่ซื้อเรื่อง 1984
ของออร์สัน เวลลส์ ไปแล้ว
พบว่ามันหายไปจากเครื่องโดยไม่ได้มีการ
บอกกล่าวหรือชดเชยเงินที่ซื้อไปแต่อย่างใด (ซึ่งออร์สัน
เวลลส์คงขำกลิ้ง )ที่แย่กว่านั้น
ในทางปฏิบัติแล้วข้อมูลที่เก็บไว้
แบบออนไลน์มีการคุ้มครองส่วนบุคคลที่น้อยและมีการละเมิดทางกฏหมายด้วยเช่นกัน
ดังไม่นานมานี้ที่พวกแฮกเกอร์สามารถ
เดารหัสผ่านเข้าสู่บัญชีไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ของพนักงานบริษัททวิตเตอร์ได้
และยังสามารถตัดเข้ารหัสผ่านของกูเกิลได้
เช่นกัน
ซึ่งแต่ก่อนหัวขโมยต้องมาที่เครื่องของผู้คนเพื่อดูข้อมูลลับ
แต่ทุกวันนี้ขอให้มีรหัสผ่านก็เพียงพอแล้ว
คลาวด์ยังมีอันตรายที่กว้างขวางกว่านี้
เพราะมันทำให้สะดวกขึ้นในการสอดแนมพลเมือง
รัฐบาลจีนใช้ซอฟต์แวร์ส่ง
ข้อความทันทีที่ชื่อ Skype
ในพากย์ภาษาจีนเพื่อควบคุมดูแลการสนทนาด้วยข้อความ
และขัดขวางคำหรือถ้อยความที่ไม่พึง
ปรารถนา
และยังใช้อำนาจควบคุมดูแลจราจรบนอินเทอร์เน็ตทั้งหมดเป็นกิจวัตร
ยกเว้นเรื่องการค้าอิเล็กทรอนิกส์และธุรกรรม
ทางธนาคาร
ภายใต้กฎหมายที่มีผลเล็กน้อย
เราสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้
โดยให้ยึดตามสัญญาหากว่ามีการขายหนังสือ
อิเล็กทรอนิกส์ให้แล้ว บริษัทจะไม่สามารถนำคืนหรือทำให้ใช้งานด้อยลงไปได้
เพื่อเพิ่มความปลอดภัย บริษัทที่เก็บรักษา
ข้อมูลสามารถนำไปใช้กับการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตและการใช้รหัสผ่านได้อย่างปลอดภัยกว่า
รวมทั้งการใช้ชีวเมตริกอย่าง
เช่นลายนิ้วมือเพื่อแสดงตัวตน
แต่สิ่งท้าทายที่ยากที่สุดของคลาวด์นั้นก็คือผลต่อเสรีภาพในการเริ่มสิ่งใหม่
ๆ กฎสำคัญของคอมพิวเตอร์ส่วน
บุคคล คือว่า ใครก็สามารถเขียนรหัส และให้หรือขายรหัสนั้นแก่คุณได้
และผู้ขายเครื่องและระบบปฏิบัติการของมันไม่สามารถ
พูดอะไรได้มากกว่าบริษัทที่ทำเครื่องตอบรับทางโทรศัพท์ที่คุณตัดสินใจซื้อ
ไมโครซอฟต์อาจต้องการให้คุณใช้เวิร์ด
และ
อินเทอร์เน็ตเอกซ์พลอเรอร์
แต่ยังมีพวกที่มีผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า หรือคุณอาจจะย้ายไปใช้โอเพ่นออฟฟิศหรือไฟร์ฟ็อกซ์ก็ยังได้
เสรีภาพนี้เป็นสิ่งที่เสี่ยงในคลาวด์
ที่ซึ่งผู้ขายแพลทฟอร์มมีการควบคุมมากกว่าไม่ว่าจะให้ผู้อื่นเขียนซอฟต์แวร์ใหม่ได้หรือไม่
และอย่างไร
ดังที่ Facebook
ให้คนภายนอกเพิ่มเติมการทำหน้าที่ได้แต่สงวนสิทธิการเปลี่ยนแปลงนโยบายนั้นในบางครั้ง
ในการ
คิดเงิน หรือกำจัดบางอย่างที่ไม่ชอบออกไป
ผู้ใช้ภายนอกของไอโฟน (Iphone)
ทำหลายอย่างในคลาวด์ได้มากกว่าใน
โทรศัพท์ แอปเปิล (Apple)
ตัดสินใจว่าใครจะได้เขียนรหัสสำหรับโทรศัพท์
และจะอนุญาตให้ดำเนินการอะไรได้บ้าง โดย
บริษัทใช้อำนาจนี้ในวิธีที่บิลล์ เกตส์
ไม่เคยฝันเมื่อเขาเป็นราชาของวินโดวส์
แอปเปิลถูกรายงานว่าต้องตรวจจับข้อความใน
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีเนื้อหาโต้แย้งกันอยู่
ตลอดจนเกมส์ที่เล่าเรื่องการเมือง
และขัดขวางการใช้สำหรับโทรศัพท์ที่มีการ
แข่งขันกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท
ตอนนี้อเมซอนกำลังเสนอโครงสร้างพื้นฐานที่เรียกว่า
cloud-computing เพื่อให้คนสามารถกำหนดซอฟต์แวร์ใหม่
บนเว็บใหม่โดยไม่ต้องมี gatekeeping เหมือนอย่าง Facebook
และกำลังมีการใช้แพลทฟอร์มแอนดรอยด์ของกูเกิลในคนยุค
ใหม่ที่ใช้โทรศัพท์คลื่อนที่พร้อมกับข้อบังคับรหัสภายนอกน้อยลง
แต่พลวัตรในที่นี้มีความซับซ้อน เมื่อเราลงแรงในกิจกรรม
ณ ที่หนึ่งในคลาวด์แล้ว
มันทำให้เราเกิดความไม่พึงพอใจที่จะเคลื่อนย้าย
หากตลาดลงรากฐานในมือของชุมชนคลาวด์ซึ่งเจ้าของควบคุมการใช้ประโยชน์ของรหัสใหม่แล้ว
อาจถึงเวลาที่จะ
มั่นใจว่าแพลทฟอร์มเหล่านี้ไม่ไดจำแนกความแตกต่าง
ซึ่งความต้องการดังกล่าวสามารถใช้หลายรูปแบบได้
ตั้งแต่ข้อกำหนด
จนถึงแรงจูงใจ เป็นต้น
เราแค่เพิ่งเริ่มต้นวัดผลปัญหาเหล่านี้
แม้เมื่อเราบินตรงเข้าไปในคลาวด์
นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ต้องหวน
กลับ
แต่เราต้องมั่นใจว่าคลาวด์ไม่ได้ขัดขวางการสร้างซอฟต์แวร์เชิงปฏิวัติ
ดังเช่นเว็บของมันเอง
Zittran, Jonathan. (2009, 20 July). Lost
in the Cloud. The New York Times. Available http://www.nytimes.com/2009/07/20
|
|
|