นิตยสารบรรณารักษ์      ปีที่ 4 ฉบับที่ 2 เมษายน-พฤกษภาคม 2554




09
อุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

His Majesty the King's Insect Park

___________________________________________________

อุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้สร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระชนมายุ 72 พรรษา โดยศูนย์วิจัยและพัฒนากีฎอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยและพัฒนา
แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมกับภาควิชากีฎวิทยา คณะเกษตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพง
แสน จังหวัดนครปฐม

ปัจจุบันในประเทศที่พัฒนาแล้วมีกฎหมายควบคุมเกี่ยวกับการอนุรักษ์แมลงที่สวยงามหายาก และมีประโยชน์ทาง
เศรษฐกิจ เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ออกกฎหมายคุ้มครองแมลงหายากตามอนุสัญญาพันธุ์พืชและสัตว์(CITIES ;
Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora) อุทยานแมลง
เฉลิมพระเกียรติฯ ริเริ่มโครงการเมื่อปี พ.ศ. 2541 จนปัจจุบันสร้างเสร็จสมบูรณ์ เป็นโดมอุทยานแมลงที่ใหญ่ที่สุด
ของประเทศไทย โดยจัดเป็นส่วนใหญ่ ๆ 4 ส่วน คือ

ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 เป็นนิทรรศการและพิพิธภัณฑ์ ภายในอาคารชั้นเดียว ซึ่งประกอบด้วยการจัดแสดง แมลง
สตาฟฟ์ จำนวน 23 กลุ่ม มากกว่า 1,000 ชนิด จำแนกเป็นตัวอย่างแมลง วิวัฒนาการของแมลง การแสดงแมลงที่
เป็นสัตว์ป่าสงวนของไทย แมลงกับสิ่งแวดล้อมในธรรมชาติ แมลงสังคม แมลงที่บริโภคได้ แมลงผสมเกสร แมลง
สวยงามและหายาก แมลงศัตรูธรรมชาติ แมลงศัตรูพืชผลทางการเกษตร แมลงจากต่างประเทศ ความสัมพันธ์ระ
หว่างแมลงและพืช แมลงศัตรูทางการแพทย์ เป็นต้น


           

            ตู้จัดแสดงผีเสื้อในเชิงพาณิชย์


ส่วนที่ 3 เป็นส่วนของภาคสนาม ลักษณะเป็นโดมที่มีพื้นที่มากกว่า 1,000 ตารางเมตร เส้นผ่า ศูนย์กลาง 45 เมตร
สูง 15 เมตร นับเป็นโดมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งแสดงระบบนิเวศวิทยาของแมลงที่สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุน
การวิจัยพฤติกรรมของแมลง สาธิตรูปแบบการจัดระบบเพาะ เลี้ยงแมลงเชิงพาณิชย์ และการจัดแสดงระบบนิเวศน์
วิทยาของ แมลงชนิดต่าง ๆ ที่มีการอาศัยอยู่รวมกัน ภายในโดมจะมีแมลงต่าง ๆ เช่น จิ้งหรีด ตั๊กแตนหนวดยาว
จักจั่น แมลงสาบป่า หิ่งห้อย แมลงช้างล่ามด แมลงทับ จิงโจ้น้ำ ผีเสื้อ ด้วง ตั๊กแตนกิ่งไม้ ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีพืชที่เป็นแหล่งอาหารของแมลง อาทิ พืชที่ให้น้ำหวานแก่ผีเสื้อ ไม้ดอกไม้ประดับ สมุนไพรมากกว่า
100 ชนิด เพื่อเน้นให้เห็นถึงการดำรงชีวิตของแมลงตามธรรมชาติ รอบ ๆ โดย ยังมีทางเดินยกระดับสูงจากพื้น
ประมาณ 3-4 เมตร เชื่อมติดกับโครงของโดม เพื่อให้ผู้มาเยี่ยมชมศึกษาสามารถ เดินชมบรรยากาศภายในได้โดย
รอบอย่างใกล้ชิด ส่วนบริเวณภายนอกโดมยังมีนิเวศวิทยาแบบเปิด (Insect Zoo) ประกอบด้วย เรือนเพาะชำพันธุ์
ไม้สำหรับแมลง แปลงพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ จำนวน 150 ชนิด พันธุ์ไม้ที่มีกลิ่นหอมของไทย มากกว่า 300 ชนิด
ไม้ผลที่เป็นอาหารแมลงที่อยู่ในแปลงประมาณ 5 ไร่ และแปลงขยายพันธุ์หม่อนสำหรับเลี้ยงไหมกว่า 15 ไร่



          


          

ส่วนที่ 4 เป็นงานพัฒนากีฏผลิตภัณฑ์ ปรับปรุงผลิตผลที่เกี่ยวข้องกับแมลง เพื่อสนับสนุนงานในเชิงพาณิชย์ ซึ่ง
เป็นผลิตภัณฑ์แมลงกินได้ อาทิ แมงกระชอน แมลงทับ แมงกินูน กุดจี่ ซึ่งปัจจุบันนิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย
นอกจากอุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรติฯ จะเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการดำรงชีวิตของแมลง หรือระบบ
นิเวศวิทยา ของแมลงทั้งมีชีวิต และไม่มีชีวิตแล้ว จุดเด่นสำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือ เป็นอุทยานที่มีการเพาะเลี้ยง
ขยายพันธุ์ แมลงที่หายาก และใกล้สูญพันธุ์ เช่น การเพาะเลี้ยงผีเสื้อถุงทอง โดมเลี้ยงแมลง และผีเสื้อสวยงาม
(Living Butterflies Zoo) รวมถึงการทำฟาร์มผีเสื้อหลายร้อยชนิดอีกด้วย นับเป็นอุทยานแมลงที่นอกจากเป็น
แหล่งศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับแมลง ชีวิตความเป็นอยู่ของแมลง พันธุ์ไม้ พันธุ์พืช ที่เป็นแหล่งอาศัย และเป็นแหล่ง
อาหารของแมลง ตลอดจนการเพาะเลี้ยงแมลงที่หายากและใกล้สูญพันธุ์แล้วยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อน
ใจและชื่นชมธรรมชาติภายในมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน


นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจ สามารถไปเยี่ยมชมศึกษาดูชีวิตของแมลงอย่างครบวงจรได้ที
อุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
เปิดให้บริการในเวลาราชการ หรือถ้าต้องการเข้าชมเป็นกลุ่มคณะสามารถติดต่อโดยตรงที่ศูนย์วิจัยและพัฒนา
กีฏวิทยาอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทร (034) 281-066

           

           


 


www.librarianmagazine.com